Jump to content
aeize.com 4.4.9.2

Search the Community

Showing results for tags 'นักเรียนเตรียมทหาร'.



More search options

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Content Type


Forums

  • aeize.com
    • ประกาศจากเว็บ aeize.com
    • แนะนำ ติชม และแจ้งปัญหาการใช้งานเว็บ
  • Trends
    • ข่าวเด่น ประเด็นร้อน
    • แอปพลิเคชัน และ เกม บนสมาร์ทโฟน
    • คลิป หนังดี ละครฮิต ซีรีย์แซ่บ
    • นิยาย & การ์ตูน น่าอ่าน
    • นานาสาระ เรื่องน่ารู้
  • Community
    • พูดคุยเรื่องทั่วไป สัพเพเหระ
    • รู้ที่เที่ยว เที่ยวทั่วไทย
    • เกม ออฟไลน์ ออนไลน์ คอมพิวเตอร์ พีซี
    • ทิป-ทริค เทคนิคทำเว็บ เขียนโค้ด
    • โปรแกรม ซอฟต์แวร์ คอมพิวเตอร์
  • IPS Community Suite 4's Topics

Find results in...

Find results that contain...


Date Created

  • Start

    End


Last Updated

  • Start

    End


Filter by number of...

Joined

  • Start

    End


Group


About Me

Found 3 results

  1. new18 ครอบครัว"น้องเมย" เตรียมแจ้งความที่ จ.นครนายก หลังผลดีเอ็นเอจากนิติวิทยาศาสตร์ฯ ยังคลุมเครือ ขอให้ตำรวจจัดการต่อ เนื่องจากผลของทางทหารไม่คืบหน้า เมื่อวันที่วันที่ 18 ธ.ค. มีรายงานข่าวจากครอบครัวของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย อดีตนักเรียนเตรียมทหาร ว่า ครอบครัวของ นายภคพงศ์ ได้ตัดสินใจจะเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับกรณีการเสียชีวิตของ นายภคพงศ์ แล้ว ทั้งนี้ ในวันที่ 19 ธ.ค. เวลา 10.00 น. ครอบครัวของ นายภคพงศ์ จะเดินทางจากบ้านพักใน จ.ชลบุรี ไปยัง สภ.เมืองนครนายก จ.นครนายก เพื่อแจ้งความกับพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนทางกฎหมาย หลังจากผลการตรวจสกัดดีเอ็นเอ จากชิ้นอวัยวะของ นายภคพงศ์ ที่ทางกองทัพส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจหา ผลยังคลุมเครือ ไม่ชัดเจนว่าท้ายที่สุดแล้วเป็นชิ้นเนื้อของ นายภคพงศ์ จริงหรือไม่ โดยทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้แจ้งผลเบื้องต้นมายังครอบครัว และผลการตรวจจากทางนิติวิทยาศาสตร์ฯ ทั้งหมด ส่งให้ตำรวจไว้เป็นที่เรียบร้อย แต่ผลที่ได้มาทางตำรวจก็ยังไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ หากไม่มีการแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งในที่ 19 ธ.ค.นี้ ครอบครัวตัดสินใจจะไปดำเนินการ เพื่อให้ตำรวจจัดการต่อ ส่วนจะแจ้งในข้อหาใด ยังไม่ขอเปิดเผยเพราะจะมีผลทางคดี ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  2. Manager Online ความตายที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำ ปริศนา หลากหลายข้อสงสัยที่ยังแคลงใจกรณี น้องเมย- ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิตอย่างผิดธรรมชาติจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ทั้งการชันสูตรศพที่ดูซ่อนเร้น อวัยวะภายในที่หายไป และร่องรอยการโดนทำร้าย ล่าสุด ครอบครัวน้องเมยตั้งข้อสงสัยเพิ่มอีก 4 ปมชนวนการฆ่า พร้อมจี้โรงเรียนเตรียมทหารนำรุ่นพี่ที่ซ่อมน้องเมยจนเสียชีวิตมาลงโทษ! ปม 1 : ผู้พันขี้เมา ไม่เฝ้าเด็ก? ปมปริศนาแรก ครอบครัวสงสัยว่า กุญแจสำคัญที่รู้เรื่องดีที่สุด คือ น.ท.นพศิษฐ์ เพียรชอบ หรือผู้พันเป๊ป ผู้บังคับกองพันนักเรียน กรมนักเรียน โรงเรียนเตรียมทหาร ไปประจำหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นย.) เพราะเป็นคนที่คุยกับเมยคนสุดท้าย มีคำพูดขู่เด็กขณะคุยโทรศัพท์กับครอบครัว เรื่องให้ลาออก แต่เด็กยืนยันชัดเจนว่ายังไงก็ไม่ลาออก จนก่อนตายบอกกับแม่ว่า จะลาออก โดยมีผู้พันคนนี้อยู่ข้างๆ ประวัติผู้พันคนนี้ในเชิงลึก ที่คนในเตรียมทหารแจ้งมาที่ครอบครัวคือ “ขี้เมา ไม่เฝ้าเด็ก” และจะให้รุ่นพี่ปกครองรุ่นน้องเอง และเชื่อว่า ผู้พันคนนี้รู้เหตุการณ์ทั้งหมด และรู้เห็นเป็นใจจึงถูกสั่งย้าย สอดคล้องกับคำพูดสุดท้ายปลายสายที่น้องเมยคุยกับคุณแม่ก่อนเสียชีวิตว่า “อย่าไปเชื่อผู้พัน” ครอบครัวน้องเมย เล่าว่า ก่อนจะเสียชีวิตประมาณชั่วโมงเศษ น้องเมยได้โทรศัพท์ตู้หยอดเหรียญมาหาคุณแม่ ก่อนวางสายได้พูดเป็นคำสุดท้ายว่า “อย่าไว้ใจผู้พัน” จากนั้นครอบครัวได้รับแจ้งจากโรงเรียนเตรียมทหารว่า น้องเมยถูกนำส่งโรงพยาบาลก่อนที่จะเสียชีวิตในที่สุด หลายคนจึงสงสัยในคำพูดปริศนาส่งท้ายของน้องเมยว่า ผู้พันคนนี้เป็นสาเหตุทำให้น้องเมยเสียชีวิตหรือไม่ ขณะที่เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam โพสต์ภาพนักเรียนเตรียมทหารร่วมอำลาผู้พันเป๊ป ที่โดนคำสั่งย้ายพ้นตำแหน่ง เพื่อเปิดทางให้มีการสอบสวนกรณี”น้องเมย” พร้อมระบุว่า นักเรียนเตรียมทหาร อำลาอาลัย “ผู้พันเป๊ป”…รอวันกลับมา หลังการสอบสวน และเมื่อความจริงปรากฏ ขอบคุณ ผู้พัน ที่มักจะเล่าประสบการณ์การรบ นาวิกโยธิน ให้น้องๆนักเรียน ฟังเสมอๆ ปม 2 : ถูกบีบคอจนไหปลาร้าหัก หมอนิติเวชตรวจพบรอยกดอย่างรุนแรงที่ไหปลาร้า ทั้ง 2 ข้าง ลักษณะคล้ายถูกบีบคอ ยืนยันไม่น่าเกี่ยวกับการทำ CPR แต่เรื่องนี้ยังไม่ถูกเขียนลงในเอกสาร จึงไม่สามารถเปิดเผยกับสื่อได้ เงื่อนงำค่อยโผล่มาทีละอย่าง ก่อนหน้านี้ผลชันสูตรก็ออกมาว่า กระดูกซี่โครงซี่ที่ 4 หัก และพบว่ามีเลือดคั่งที่ตับและม้าม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่อยู่ห่างจากจุด CPR และมีรอยช้ำภายในช่องท้องด้านขวา ส่วนด้านหลังซีกซ้ายมีรอยช้ำและที่ไหปลาร้าหักทั้ง 2 ข้าง แม้วันที่น้องเมยเสียชีวิต ครอบครัวจะขอให้ทีมแพทย์ของ โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า หรือ จปร. ทำการปั๊มหัวใจน้องเมยจนกว่าครอบครัวจะเดินทางมาถึง ซึ่งกินเวลานานถึง 4 ชั่วโมง แต่ทีมแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ให้ข้อมูลว่า ต่อให้ทำ ซีพีอาร์ 4 ชั่วโมง ก็ไม่มีทางที่ตับและม้ามจะมีเลือดคั่งได้ เพราะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกับบริเวณที่ซี่โครงหัก ไมได้เกิดจากการทำ CPR เพราะถ้าหักซี่โครงต้องหักทั้งแถบ ดังนั้นรอยกดอย่างรุนแรงที่ไหปลาร้าทั้ง 2 ข้าง และรอยช้ำมาจากไหนกัน ปม 3 : รุ่นพี่เขม่น แค้นส่งซ่อมต่อ น้องเมย เขม่น กับรุ่นพี่ปี 3 คนหนึ่งที่เรียนกวดวิชามาด้วยกัน และแข่งขันมาตลอด แต่รุ่นพี่คนนี้สอบติดก่อน และพยายามจะให้เมย เข้าไปฝากเนื้อฝากตัวด้วย แต่เมยไม่ทำ ที่สำคัญรุ่นพี่คนนี้สนิทกันมากกับพี่บังคับบัญชา ที่ซ่อมเมย จนหัวใจหยุดเต้น แล้วถูกปลด ครอบครัวตั้งข้อสงสัยว่า มีการฝากซ่อมต่อๆกันมา จนน้องเสียชีวิต แต่ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน จึงยังไม่ให้ข้อมูลในข่าว จากคำบอกเล่าของอดีตนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นพี่ของน้องเมยที่สนิท โดยน้องเมยมักจะมาปรึกษาขอคำแนะนำการสอบเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมทหารอยู่บ่อยครั้ง เปิดเผยข้อมูลกับทีมผู้จัดการ Live น้องเมยเป็นคนดี รักเพื่อน ชอบรับผิดแทนเพื่อนอยู่บ่อยๆ คาดถูกเพ่งเล็งจากรุ่นพี่จึงทำให้โดนซ่อมบ่อยเป็นพิเศษ ขณะเดียวกัน การที่น้องเมยเข้าโรงพยาบาลบ่อยอาจจะทำให้รุ่นพี่คิดว่า บ่ายเบี่ยงไม่อยากโดนซ่อม ล่าสุด เพื่อนของรุ่นพี่ที่ถูกกล่าวหาว่า ซ่อมน้องเมยจนตาย ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อว่า “พวกผมทำโทษน้อง แล้วเผอิญว่าน้องเป็นโรคหัวใจพอดี มันบังเอิญกันครับ อยากให้เข้าใจตรงนี้” ศรุต เหรียญประเสริฐ หรือ กัน นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นพี่น้องเมย และเป็นบุตรชายของ ธนวัตร เหรียญประเสริฐ ที่โด่งดังจากการโพสต์เฟซบุ๊ก “ให้ลูกผมตายแทนไหม” ยืนยันว่า ซ่อมน้องปกติไม่ได้หนักอะไรเกินไป เพื่อนตนเขาก็เข้าใจว่าน้องเมยป่วยอยู่ เขาก็ไม่ทำโทษหนัก มันเป็นจังหวะพอดีที่เพื่อนของตนทำโทษน้อง แล้วน้องก็เป็นพอดี พร้อมเผยว่า 3 เดือนก่อนที่น้องเมยโดนซ่อมครั้งแรก ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ คนที่ทำโทษคือเพื่อนในห้องเรียนตน ก็ถามเพื่อนว่าเป็นอย่างไรวะบอส มันก็เล่าให้ฟัง เพราะว่าอยู่ในห้องเรียนเดียวกัน ทำโทษด้วยวิธีใช้หัวปักกับพื้นห้องน้ำ คือ น้องเมยไปใช้ทางบันไดที่เขาไม่ให้ใช้ เพื่อนตนไปเจอ ก็เลยถามน้อง น้องบอกว่ารุ่นพี่คนนู้น คนนี้บอกให้ใช้ เพื่อนตนไปถามคนที่ให้ใช้ เขาบอกว่าไม่ได้บอก เหมือนน้องเมยโกหก ต้องเท้าความคือระบบของเตรียมทหาร การโกหกถือว่าโทษหนักมาก ผิดระบบกิตติศักดิ์ของโรงเรียน คือถ้าน้องตอบว่าแอบใช้เองโทษยังไม่หนัก แต่คือน้องโกหก โทษมันเลยอัปไปหนัก หลังจากน้องสลบครั้งแรกเพื่อนตนก็โดนปลด รับโทษเรียบร้อย ก็ไม่ได้ค้างคาอะไรกัน เพื่อนตนก็ยอมรับ อยากให้เข้าใจตรงนี้เพราะน้องโกหก ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เป็นเรื่องหนักมาก วิธีการทำโทษก็เป็นวิธีที่ส่งต่อกันมา คือ มันทำกันได้ ที่บอกว่าหัวปักตะแกรงพื้นห้องน้ำ จริงๆ แล้วห้องน้ำไม่มีตะแกรง ส่วนเรื่องสลับขา แต่เดิมมันก็มี มันทำได้ คือตนไม่อยากให้อะไรกับตรงนี้ คือ มันเป็นท่าที่ทำได้ หลายๆ คนก็เคยทำ ตนก็เคยโดน คนสั่งก็เคยโดน คนสั่งก็เลยรู้ว่าขนาดไหนถึงจะพอ ดูอาการเด็กเป็นหลัก เป็นเรื่องธรรมดา กฎโรงเรียนคือห้ามแตะต้องตัวน้อง คนสั่งก็ไม่ได้ละเมิดตรงนั้น นอกจากนี้ ยังเล่าถึงการธำรงวินัยครั้งที่สอง ว่า ตั้งแต่เกิดครั้งแรกก็เข้าใจว่าน้องไม่ค่อยแข็งแรง เพื่อนตนก็เข้าใจ ทุกคนก็ย้อนมาว่าก่อนเข้าเตรียมทหารน้องแข็งแรงดี แต่คืออยากบอกว่าข้างในมีเรื่องกดดัน มีเรื่องเหนื่อย มันทำให้สภาพจิตใจคนเราไม่สู้ก็ได้ และส่งผลต่อร่างกาย ครั้งที่สองเพื่อนตนก็เข้าใจว่าน้องป่วย แต่ตนไม่แน่ใจว่าน้องทำผิดเรื่องอะไร แต่คือน้องโดนสั่งโทษวันนี้ โทษนี้ เกณฑ์นี้ คือ คนปกติเขาทำกันได้ ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร ถึงคนป่วยมันก็ยังฝืนทำได้ เวลาซ่อมหมู่ สมมติวิ่ง เพื่อนวิ่ง น้องก็จะดันพื้นรอ เพราะคอมแมนเข้าใจว่าน้องป่วย แต่อันนี้น้องไม่ทำอะไร ต้องโดนซ่อมเดี่ยว มันก็ต้องมีบ้าง ปม 4: รุ่นพี่ซ่อมน้องตาย เส้นใหญ่ใครกัน?! สำหรับปมสุดท้าย มีนายตำรวจคนหนึ่งเขียนข้อความน่าสนใจเกี่ยวกับการตายของเมย และเงินจากผู้ปกครองที่ฟาดหัวผู้บังคับบัญชาตัวเองได้ มีคนส่งมาให้เมี่ยง(พี่สาวน้องเมย) ถ้าเราหาตัวคนๆนี้ได้ น่าจะได้ข้อมูลอะไรอีกเยอะ เพราะครอบครัวตั้งข้อสังเกตว่า 1 ในรุ่นพี่ที่ซ่อมจนเสียชีวิต คือเด็กฝากของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคนหนึ่ง จึงทำให้ทางโรงเรียนไม่กล้าที่จะเอาตัวออกมา นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีเจ้าหน้าที่ในเตรียมทหาร แจ้งพ่อน้องเมยว่า ตอนนี้ในเตรียมทหาร วินัยหย่อนยานมา หลังเกิดเรื่องน้องเมย เพราะรุ่นพี่ไม่กล้าแตะตัวหรือสั่งลงโทษรุ่นน้อง อย่างไรก็ตาม แม้ครอบครัวน้องเมยจะเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความชัดเจนสาเหตุการเสียชีวิตและนำตัวคนที่มีส่วนทำให้น้องเมยเสียชีวิต มาลงโทษตามระเบียบและกฎหมาย แต่จนบัดนี้ยังไม่มีใครสามารถล่วงรู้ข้อมูลของรุ่นพี่ทั้ง 2 คน ที่คาดว่าน่าจะเป็นคนซ่อมน้องเมยจนเสียชีวิต สังคมจึงตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดผู้พันเป๊ป ยังโดนย้ายเพื่อเปิดทางสอบสวนคดีน้องเมย แต่ทำไมโรงเรียนเตรียมทหารจึงไม่เปิดเผยโฉมหน้ารุ่นพี่ขาโหดคนนี้สักที เพราะอะไร หรือเพราะพลัง….บางอย่าง!? ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  3. Manager Online ลับลวงพราง?! พิรุธหนักมาก กรณีนักเรียนเตรียมทหารน้องเมย ตายอย่างมีเงื่อนงำ ครอบครัวติดใจหลายประเด็น ทั้งสาเหตุการเสียชีวิตที่อ้างว่าหัวใจล้มเหลว ทั้งที่เป็นคนหนุ่มแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว รวมทั้งการผ่าพิสูจน์ศพที่ได้นำอวัยวะ หลายส่วนออกไป ไหนจะกระดูกซี่โครงหัก มีร่องรอยบอบช้ำ ตั้งข้อสงสัย? หัวใจล้มเหลวหรือโดนซ่อมจนร่างไม่ไหวกันแน่? ด้านกองทัพแจงแปลก ไม่ได้หาย แต่เก็บอวัยวะไว้ตรวจเชิงลึก! ไม่แข็งแรง สอบติดนายร้อยได้ไง? การตายสุดฉงนน่าสงสัยของน้องเมย -ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่หลายคนยังคาใจอยู่ตอนนี้ว่า เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ได้อย่างไร เพราะในเมื่อทางครอบครัวยืนยันว่า น้องเมยแข็งแรงดี สอบวิชาพละได้คะแนนเกือบเต็ม ขัดแย้งกับทางกองทัพไทยที่ชี้ว่า น้องเมยอาจมีโรคประจำตัว “การที่เสียชีวิตด้วยหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หรือหัวใจล้มเหลว ที่มีข้อพิรุธ คือเขาไม่ได้บอกสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากอะไร เขายังไม่มีคำตอบให้ผม ไม่ว่าจะเป็น ผอ.ทางกองแพทย์ หรือ ทางโรงเรียนเตรียมทหาร เขาก็จะคุยหนีไปมา หลบไปมา จนผมต้องไปคุยหลายครั้งแล้ว คือผมไปคุยกับ ผอ. กองพยาบาล เขาก็ตอบคำถามแบบย้อน และก็แย้งจากตัวเขานะ”พิเชษฐ์ ตัญกาญจน์ คุณพ่อน้องเมย กล่าวอย่างไร้ซึ่งความหวัง ด้าน สุพิชา ตัญกาญจน์ พี่สาวน้องเมย ยืนยันหนักแน่น ปกติน้องชายแข็งแรงดี อาจจะมีอาการป่วยบ้างเหมือนกันแต่ไม่รุนแรง ก่อนจะเสียชีวิตในวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา มีนักเรียนในฐานะผู้บังคับบัญชา ได้มีการธำรงวินัยน้องชายจนเกินกว่าเหตุ ทำให้หมดสติ ชีพจรต่ำ เกือบจะเสียชีวิต แต่น้องยังมีร่างกายแข็งแรงทำให้ปั๊มหัวใจฟื้นขึ้นมาได้ ส่วนที่รู้นั้นเนื่องจากพ่อบังคับให้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนเสียชีวิต ย้อนแยงกับการแถลงของกองทัพไทย โดย พล.ต.กนกพงษ์ จันทร์นวล ผู้บัญชาการโรงเรียนผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร เปิดเผยว่า ก่อนที่น้องเมยจะเสียชีวิต มีอาการเป็นลมจนถูกนำตัวส่งที่กองแพทย์ฯ จากนั้นหมดสติ และเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า “ในวันก่อนเกิดเหตุวันที่ 17 ต.ค. น้องเป็นลม และมีการพามาส่งห้องพยาบาล ส่วนวันจันทร์ ก็มีการทำกิจกรรมตามปกติ มีการวิ่งก่อนรับประทานอาหาร พบว่าน้องมีการหายใจเร็วกว่าปกติ จึงถูกส่งไปที่กองแพทย์ โดยมีกล้องวงจรปิด ว่าอยู่ที่กองแพทย์ในช่วงเช้า เที่ยงมีการโทรศัพท์คุย และอยู่กับเพื่อนทั่วไป ตอนบ่ายมีการเดินคุยโทรศัพท์ช่วง 15.00 น. เมื่อเวลา 16.00 น. ก็เกิดอาการขึ้น โดยพบว่าน้องโทรศัพท์คุยกับครอบครัว และระหว่างที่ครอบครัวโทรกลับมาหา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำโทรศัพท์ไปให้ที่ห้องพักในบริเวณกองแพทย์ น้องก็ทรุดตัวลง มีการเข้าช่วยเหลือ และนำส่งโรงพยาบาลทันที” ขณะเดียวกัน พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยืนยันว่า การเสียชีวิตของ น้องเมย นั้นไม่ได้เกิดจากการเป็นโรคลม หรือฮีสโตรก โดยแพทย์ผู้ชันสูตรได้ชี้แจงไปแล้ว ซึ่งคาดว่า น้องเมยน่าจะมีโรคประจำตัวมาก่อน แต่ไม่ได้ร้ายแรงหรือขัดกับการเป็นนักเรียนเตรียมทหาร สอดคล้องกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้สาเหตุการเสียชีวิตของ น้องเมย เกิดจากสุขภาพส่วนตัว ไม่ใช่การซ่อมทำโทษจนเสียชีวิต ข้องใจป่วยแล้วเข้ามาเป็นนักเรียนทหารได้อย่างไร แม้แต่รุ่นพี่นักเรียนเตรียมทหารอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังสงสัยว่าสุขภาพไม่แข็งแรงสอบเข้าไปเรียนได้ยังไง เพราะนักเรียนเตรียมทหารทุกคนต้องแข็งแรง “วัฒนธรรมการซ่อม” นตท.ตายทุกปี? รวมถึงพิรุธใน “วัฒนธรรมการซ่อม” หรือการธำรงวินัย ที่หลายคนมองว่ากลายเป็น วัฒนธรรมของทหารที่สืบทอดกันมาหลายต่อหลายรุ่นจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เช่นในสมุดบันทึกประจำวันของน้องเมย รวมถึงแชตที่ระบายว่า โดนรุ่นพี่ซ่อม และเคยบอกกับคุณแม่ว่า ร่างกายยังไม่หายดีเลย ระบมไปหมดแล้ว” สอดคล้องกับครูโรงเรียนกวดวิชาเตรียมทหารชื่อแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ที่ น้องเมยร่ำเรียนมา 2 ปีเพื่อสอบเตรียมทหาร เผยสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้องเมยเสียชีวิต ผู้บัญชาการปล่อยปะละเลย ให้นักเรียนรุ่นพี่ที่วุฒิภาวะเทียบเท่า ม.5 และ ม.6 ปกครอง และลงโทษรุ่นน้องโดยไม่คำนึงถึงเหตุร้ายต่างๆ แฉ 3-4 ปีมานี้มีนักเรียนเตรียมทหารตายทุกปี “นักเรียนที่เข้าไปเรียนโดยมีความตั้งใจที่จะจบมา เพื่อทำงานรับใช้ประเทศชาติและแทนคุณแผ่นดิน กลายเป็นว่าเข้าไปเพื่อรับใช้ความบ้าคลั่งในใจของรุ่นพี่บางคน จนทำให้หมดโอกาสที่จะทำตามความตั้งใจที่ตั้งไว้แต่แรก หรืออาจจะมีข้อโต้แย้งว่าเป็นนักเรียนทหาร เป็นนักรบ ต้องฝึกหนัก ข้อนี้ผมเห็นด้วย แต่พวกท่านลืมไปหรือไม่ว่า น้องๆ ที่เข้าไปนั้น เป็นเพียงนักเรียนที่มีอายุเพียง 16-18 ปีเท่านั้น สมควรแล้วหรือไม่ที่จะทำการฝึกหรือลงโทษกันจนต้องบาดเจ็บ และเสียชีวิต” แฉ!สาเหตุเพราะระบบงานในโรงเรียนเตรียมทหารล้มเหลว ขาดการเอาใจใส่จากผู้บังคับบัญชา ปล่อยปะละเลยให้นักเรียนรุ่นพี่ปกครองรุ่นน้อง ซึ่งมีวุฒิภาวะเทียบเท่า นักเรียนชั้น ม.5 และ ม.6 ปกครองกันเองโดยไม่คำนึงถึงเหตุร้ายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ขณะเดียวกัน วัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างผิดๆ ในส่วนของการสั่งโทษ ที่เรียกว่า การแดก กันจนเกินสมควร จนมีการบาดเจ็บ และสืบเนื่องมาจนถึงการที่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งพบว่ามีนักเรียนเตรียมทหารเสียชีวิตทุกปี ในระยะ 3-4 ปีมานี้ พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้ทางโรงเรียนเตรียมทหาร ได้ลงมาดูแลนักเรียนที่เข้าไปเรียนในโรงเรียนบ้างว่า มีความเป็นอยู่กันอย่างไร โดยไม่ใช้คำว่า "สมัยก่อน เจอมาหนักกว่านี้" ซึ่งถือว่าเป็นข้ออ้างในการปัดความรับผิดชอบอย่างมาก ถ้าน้องเมย ไม่ถูกทำโทษจนเกินสมควร เหตุการณ์แบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น “สมัยที่เป็นนักเรียนเตรียมทหาร ก็เคยถูกซ่อมจนสลบ แต่ไม่ตาย” พล.อ.ประวิตร รุ่นพี่นักเรียนเตรียมทหาร ยอมรับพร้อมเผยว่าการซ่อมเป็นเรื่องปกติ ย้ำถ้าใครอยากเป็นทหาร ต้อง ทำใจ ระเบียบธำรงวินัยให้ได้ วอนอย่านำเรื่องการซ่อม ไปโยงกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ชี้หากไม่อยากให้เกิดเหตุแบบนี้ ก็ไม่ต้องมาเป็นทหาร เพราะคนที่จะมาเป็นทหาร ต้องเต็มใจและยอมรับการธำรงวินัยได้ มุบมิบเก็บอวัยวะสำคัญ ไม่แจ้งญาติ? สำหรับการเก็บอวัยวะภายในของน้องเมยไว้ทั้งสมอง หัวใจ กระเพาะปัสสาวะ และตับไต โดยไม่ได้บอกครอบครัวจนทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยในความเคลือบแคลงนี้นั้น แพทย์นิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันเก็บชิ้นส่วนผู้เสียชีวิต กรณีการตายผิดธรรมชาติโดยไม่บอกญาติ ไม่ถือว่าผิด นอกจากนี้ ยังชี้แจงว่า ทางสถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า เป็นสถาบันที่มีนักเรียนแพทย์ศึกษาอยู่ด้วย เมื่อเกิดกรณีการตายผิดธรรมชาติแบบพิเศษ อาจจะมีการเก็บชิ้นส่วนอวัยวะเพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้ทำการศึกษาต่อไป และทาง รพ.พระมงกุฎฯ จะส่งสมอง หัวใจ กระเพาะอาหารน้องเมยมาให้ ไม่เกินสิ้นเดือนนี้จะทราบผลชัดเจน ทว่า เหตุใดจึงไม่แจ้งให้ครอบครัวน้องเมยทราบให้ชัดเจนตั้งแต่ทีแรกว่าจะเก็บไว้ตรวจเชิงลึก จนทำให้ครอบครัวเกิดความสงสัยถึงกับมีการเผาหลอกในวันฌาปนกิจ โดยแอบนำศพน้องเมยออกด้านหลังเมรุ เพื่อนำร่างลูกชายไปผ่าชันสูตรรอบ 2 ทำให้ทราบว่าอวัยวะภายในของน้องเมยอันตรธานหายไป! ด้านแพทย์หญิงปานใจ โวหารดี ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนานิติวิทยาศาสตร์ ระบุว่า ในกรณีที่เป็นการตายแบบผิดธรรมชาติ หรือเกี่ยวข้องกับทางคดีความ ทางแพทย์สามารถเก็บชิ้นส่วนเอาไว้ได้ โดยที่ไม่ต้องแจ้งญาติ แต่ต้องแจ้งพนักงานสอบสวนในท้องที่นั้นๆ เพื่อที่จะเป็นพยานหลักฐานทางคดีความต่อไป อย่างไรก็ตาม การบอกกล่าวเรื่องการเก็บอวัยวะของผู้เสียชีวิตให้กับทางญาติเป็นสิ่งที่ควรต้องบอกกล่าวมิใช่หรือ ? “ขั้นตอนการเก็บชิ้นเนื้อ ส่วนใหญ่แพทย์ผู้ทำการเก็บจะแจ้งกับญาติผู้เสียชีวิตด้วยวาจา ว่าจะมีการเก็บ แต่จะไม่ได้มีการลงรายละเอียด ไม่มีการลงบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร จึงเชื่อว่าจะเป็นเรื่องของการสื่อสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดตามมาได้” ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ. อำนาจ กุสลานันท์ อุปนายกแพทยสภาคนที่ 1 และอดีตหัวหน้าภาควิชานิติเวช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว นอกจากนี้ หลังจากการเก็บตัวอย่างอวัยวะ หรือ ชิ้นเนื้อ แล้วจะมีการแจ้งญาติให้มารับอวัยวะกลับ หรือ บางคนก็ไม่มา ทางนิติเวชที่ชันสูตรก็จะรวบรวมอวัยวะเหล่านั้นไปทำการฌาปนกิจพร้อมกัน หรือ บางชิ้นนำเก็บไว้ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา หรือเข้าพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้ศึกษาต่อไป ส่วนกรณีพบกระดาษทิชชูในสมอง คาดว่าทำไปเพื่อให้เกิดความสวยงามในระหว่างการเย็บศพ เพราะหากเอาสมองออกไป บริเวณนั้นจะยุบหายไม่สวยงาม ข้อพิรุธเหล่านี้ จะได้รับความยุติธรรมและความกระจ่างเมื่อไหร่ หรือจะปล่อยให้เป็นแค่การตายของเด็กหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้น? ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
×
×
  • Create New...