Jump to content
aeize.com 4.3.6

Search the Community

Showing results for tags 'ฝนตกหนัก'.



More search options

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Content Type


Forums

  • aeize.com
    • ประกาศจากเว็บ aeize.com
    • แนะนำ ติชม และแจ้งปัญหาการใช้งานเว็บ
  • Trends
    • ข่าวเด่น ประเด็นร้อน
    • แอปพลิเคชัน และ เกม บนสมาร์ทโฟน
    • คลิป หนังดี ละครฮิต ซีรีย์แซ่บ
    • นิยาย & การ์ตูน น่าอ่าน
    • นานาสาระ เรื่องน่ารู้
  • Community
    • พูดคุยเรื่องทั่วไป สัพเพเหระ
    • รู้ที่เที่ยว เที่ยวทั่วไทย
    • เกม ออฟไลน์ ออนไลน์ คอมพิวเตอร์ พีซี
    • ทิป-ทริค เทคนิคทำเว็บ เขียนโค้ด
    • โปรแกรม ซอฟต์แวร์ คอมพิวเตอร์
  • IPS Community Suite 4's Topics

Find results in...

Find results that contain...


Date Created

  • Start

    End


Last Updated

  • Start

    End


Filter by number of...

Joined

  • Start

    End


Group


Found 10 results

  1. PPTV HD 36 กรมอุตุฯเตือนประชาชนให้ระวังฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในช่วงวันที่ 12-15 ตุลาคม อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> อุตุฯ ชี้เย็นนี้มีโอกาสฝนตก แต่ไม่ใช่พายุฝน ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> กรมอุตุฯ เตือนระวังฝนตกหนัก– กทม.ฝนตกร้อยละ 60 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือน ในช่วงวันที่ 12 - 15 ตุลาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่และมีลมกระโชกแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หลังจากนั้นประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง โดยบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้ วันที่ 12-13 ตุลาคม 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนักกับมีลมกระโชกแรง ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มหาสารคาม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง: จังหวัดชัยนาท นครสวรรค์ อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยารวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต ในช่วงวันที่ 14-15ตุลาคม 2562บริเวณที่มีฝนตกหนักกับมีลมกระโชกแรง ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก ภาคกลาง: จังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 12-15 ตุลาคม 2562 ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีฝนลดลง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ดูข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  2. คมชัดลึกออนไลน์ - ข่าวทั่วไป กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศช่วง 7 วัน คือ ในช่วงวันที่ 27 พ.ค. - 2 มิ.ย. ระบุ ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นบริเวณอันดามันตอนบนและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 27 พ.ค. - 2 มิ.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง** *ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา * ในช่วงวันที่ 27-28 พ.ค. หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมอ่าวเบงกอลตอนบน ประกอบกับมีลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นบริเวณอันดามันตอนบนและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 29 พ.ค. - 2มิ.ย. หย่อมความกดอากาศต่ำจะเคลื่อนไปปกคลุมประเทศเมียนมาตอนบนทำให้ภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะยังคงมีฝนตกได้ต่อเนื่อง *ภาคเหนือ * มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งตลอดช่วง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส *ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ * มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 27-29 พ.ค. มีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส *ภาคกลาง * มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 27-28 พ.ค. มีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส *ภาคตะวันออก * มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 27-28 พ.ค. มีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส *ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) * มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส *ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) * มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 27-28 พ.ค. มีฝนตกหนักบางแห่ง อันดามันตอนบน: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อันดามันตอนล่าง : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส *กรุงเทพมหานครและปริมณฑล * มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 27-28 พ.ค. มีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  3. คมชัดลึกออนไลน์ - ข่าวทั่วไป กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวัน ประจำวันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2561 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณทางตะวันตกของภาคเหนือ และภาคกลาง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยาลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมี ฝนฟ้าคะนอง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม อุบลราชธานี และศรีสะเกษ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี อุทัยธานี และชัยนาท อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ออกประกาศ : 28 พฤษภาคม 2561 เวลา 05:00 น. ----***--- ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  4. ไทยรัฐออนไลน์ - ในประเทศ อุตุฯ ออกประกาศเตือนภัย ฉบับ 7 พายุ 'คีโรกี' อ่อนกำลัง ก่อนกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ จ่อปกคลุมไทย ทำฝนตกหนักตั้งแต่วันนี้ ถึง 21 พ.ย. … เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 19 พ.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัย ฉบับที่ 7 "พายุโซนร้อน “คีโรกี” (ประกาศต่อเนื่องจากพายุดีเปรสชัน) (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2560)" ระบุ พายุโซนร้อน “คีโรกี” (KIROGI) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว มีศูนย์กลางอยู่ที่ ละติจูด 11.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 110.5 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง จากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำก่อนเคลื่อนผ่านเข้ามาปกคลุมอ่าวไทยตอนกลางในช่วงวันที่ 19-21 พ.ย. 60 โดยจะส่งผลให้ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้ - ในช่วงวันที่ 19 -20 พ.ย. 2560 บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนตกหนักบางพื้นที่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังบางแห่ง - ในช่วงวันที่ 20-21 พ.ย. 2560 บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา และภูเก็ต อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้แล้ว โดยจะแผ่ปกคลุมภาคเหนือและภาคกลางตอนบนในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศจะเย็นลงกับมีลมแรง อุณหภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียส สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง อ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังคลื่นซัดเข้าหาฝั่งในระยะเวลาดังกล่าวไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  5. ไทยรัฐออนไลน์ เน้น ‘ภาคกลาง’ กทม.เตรียมรับ อาจ-จมบาดาล นายกฯกำชับกรมชลประทานบริหารน้ำให้ดี และเตือนประชาชนให้เข้าใจ คนกรุงยังมีฝนตกหนักอีกระลอก ลพบุรีน้ำท่วมขังหลายวันเริ่มเน่าเหม็น ชาว ต.โผงเผง จ.อ่างทอง เดินลุยน้ำนานจนเท้าเปื่อย ส่วนอยุธยาตั้งแนวป้องกันพื้นที่ชั้นใน ที่ อ.สามโคก ยังอ่วมน้ำท่วมกว่า 1 เมตร กรมอุตุฯแจ้งเตือน 17-19 ต.ค. จะมีฝนตกหนัก มวลน้ำจากภาคเหนือไหลลงสู่ภาคกลางอย่าง ต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ จ.นครสวรรค์ ระดับน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณต้นแม่น้ำเจ้าพระยา เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ 5 ชุมชน ประกอบด้วย ชุมชนบางปรอง ชุมชนวัดตะแบก ชุมชนสถานีรถไฟปากน้ำโพ ชุมชนตลาดใหม่ และชุมชนเกาะยม ชาวบ้านได้รับผลกระทบรวม 676 ครัวเรือน แต่ละชุมชนมีน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 30-80 ซม. ส่วนชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 4 ต.แควใหญ่ อ.เมืองนครสวรรค์ เร่งขนที่นอน ข้าวของเครื่องใช้ รถยนต์ และสัตว์เลี้ยง หนีน้ำท่วมขึ้นมาพักอยู่บนสะพานแควใหญ่พัฒนา หลังแม่น้ำน่านล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องบางจุดสูงกว่า 1 เมตร ขณะที่นายธนาคม จงจิระ ผวจ.นครสวรรค์ พร้อมด้วย นายจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครสวรรค์ ลงพื้นที่มอบข้าวสาร อาหารแห้ง และยารักษาโรค เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยในเบื้องต้นแล้ว พร้อมแจ้งเตือนให้ชาวบ้านเฝ้าในพื้นที่ติดตามข่าวสารจากท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากคาดว่าระดับน้ำเจ้าพระยายังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนยังคงตรึงไว้ที่ 16.87 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนปริมาณการระบายที่จุด C2 นครสวรรค์ อยู่ที่ 2,854 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้เขื่อนเจ้าพระยาต้องเร่งระบายมวลน้ำจากทางภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ด้านนางปวีณ์นุช พุ่มพฤกษ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า พื้นที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำ 2,616 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำที่ล้นตลิ่งสูงขึ้น ประชาชนได้รับผลกระทบ 4 อำเภอ 34 ตำบล 65 หมู่บ้าน 2,596 ครัวเรือน ขณะนี้เจ้าหน้าที่จัดเต็นท์ที่พักชั่วคราวริมถนนไว้ให้บริการกับชาวบ้านที่ประสบภัย จัดหาอาหารและน้ำดื่มพร้อมดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พ.อ. (พิเศษ) ปิยะทัต บุปผาอินทร์ รอง ผอ. กอ.รมน. จังหวัดชัยนาท พร้อมกำลัง นำน้ำดื่มมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมที่หมู่ 5 ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา พร้อมพูดคุยให้กำลังใจ และสอบถามความเป็นอยู่ ส่วนทหารจากกองบิน 4 อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ นำถุงดำมาแจกจ่ายไว้สำหรับใช้สุขาเคลื่อนที่ให้กับเด็กและคนชรา ที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมเอ่อล้นบ้านเรือน และพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านใน อ.สองพี่น้อง มี 2 เทศบาล 13 ตำบล รวม 140 หมู่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ริมแม่น้ำท่าจีน ที่ตลาดสดบางลี่เทศบาลเมืองสองพี่น้อง ระดับน้ำในคลองสองพี่น้องสูงกว่าพื้นตลาดประมาณ 1.5 เมตร เจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 5 เครื่อง เพื่อระบายน้ำออกจากตลาดแล้ว ขณะที่กรมชลประทานเร่งระบายน้ำเหนือทำให้พื้นที่ อ.สองพี่น้องน้ำล้นตลิ่งทั้ง 2 ฝั่งคลอง เจ้าหน้าที่เปิดประตูน้ำโพธิ์พระยาเร่งระบายน้ำตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. ประมาณน้ำ 192.09 ลบ.ม.ต่อวินาที จนถึงวันที่ 16 ต.ค.ปริมาณน้ำอยู่ที่ 224.35 ลบ.ม.ต่อวินาที ชาวบ้าน ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ยังประสบภัยน้ำท่วม 493 ครัวเรือน ชาวบ้านเดือดร้อน 1,473 คน หลายครอบครัวต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านที่น้ำท่วมขังสูงกว่า 30 ซม.นานกว่า 1 เดือน นางสำรวย ทองชุม อายุ 53 ปี ชาวบ้าน ต. โผงเผง เปิดเผยว่า น้ำจากคลองโผงเผง สาขาแม่น้ำเจ้าพระยา เอ่อล้นเข้ามาท่วมบริเวณบ้านนานกว่า 1 เดือน ต้องเดินลุยน้ำทุกวันจนเท้าเริ่มเปื่อยแล้ว เข้าห้องส้วมก็แสนลำบาก ต้องพายเรือไปอาศัยบ้านญาติที่น้ำไม่ท่วมถ่ายทุกข์ เริ่มเครียดเนื่องจากข้าวของที่แช่น้ำนานๆ เกิดการเสียหาย รวมทั้งสัตว์เลื้อยคลานมีพิษหนีมาตามน้ำเข้าไปซุกอยู่ตามตู้เสื้อผ้า และที่นอนหวั่นเกิดอันตราย ขณะที่บริเวณสถานีวัดระดับน้ำ C7A หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง มีระดับอยู่ที่ 8.79 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.32 มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,590 ลบ.ม.ต่อวินาที และยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จ.ลพบุรี ระดับน้ำในแม่น้ำลพบุรีเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ 2 ฝั่ง เป็นพื้นที่ต่ำเข้าท่วมในเขต ต.หนองเมือง ต.พุคา ต.บ้านกล้วย ต.หนองน้ำทิพย์ อ.บ้านหมี่ ระดับน้ำเริ่มทรงตัว แต่การระบายน้ำไม่สามารถเป็นไปตามธรรมชาติ เพราะระดับน้ำในคลองชัยนาท-ป่าสัก มีระดับสูงกว่า ต้องใช้เครื่องสูบน้ำระบายออกไปทำให้ล่าช้า น้ำเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็นสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน โดยเฉพาะในเขตบ้านมะขามเฒ่า ต.หนองทรายขาว อ.บ้านหมี่ และนอกจากนี้ชาวบ้านยังขาดแคลนน้ำดื่มอีกด้วย ที่ศาลาอเนกประสงค์ เทศบาลตำบลทับยา อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย ผู้แทนพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นำชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทยพระราชทาน พร้อมน้ำดื่ม 3,000 ชุด ไปมอบให้แก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ต.อินทร์บุรี และ ต.ทับยา จำนวน 1,347 ชุด มีนายศิริชัย ศรีเหนี่ยง รอง ผวจ.สิงห์บุรี รายงานสถานการณ์อุทกภัย จากนั้นในช่วงบ่ายเดินทางไปที่ประตูระบายน้ำบางโฉมศรี มอบชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทยพระราชทาน พร้อมน้ำดื่ม 1,653 ชุด ให้กับราษฎรที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ ต.ชีน้ำร้าย และ ต.ท่างาม สร้างความปลาบปลื้มใจ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ อ.พระนครศรีอยุธยา น้ำท่วมพื้นที่รอบนอกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนในเขตเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา นายกฤษณ์ เถียนมิตรภาพ เลขานุการนายกเทศมนตรี เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และจิตอาสา นำกระสอบทรายมากั้นที่ประตูน้ำที่ปากคลองมหาชัยที่น้ำจากแม่น้ำลพบุรีจะไหลเข้าทางตลาดหัวรอ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบายน้ำในคลองมะขามเรียงออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา จ.ปทุมธานี บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขณะนี้ยังคงวิกฤติระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงสูง นางประเสริฐศรี หอมยก ชาวบ้านใน อ.สามโคก เปิดเผยว่า น้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ต้องยกข้าวของขึ้นที่สูงอยู่ในสภาพติดเกาะออกไปไหนไม่ได้ น้ำท่วมมา 1 สัปดาห์แล้ว นอกจากนี้ น้ำยังเอ่อท่วมลานวัดหลายแห่ง อาทิ วัดบางนา ต.บางโพธิ์เหนือ อ.สามโคก น้ำท่วมสูงกว่า 60 ซม.ทะลักเข้าโบสถ์ และวิหารของหลวงปู่เส็ง จันทรังสี พระและเณรออกบิณฑบาตด้วยความลำบาก ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำ และฝนตกหนักใน 1-2 สัปดาห์นี้ว่า หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีความห่วงใยต่อความเดือดร้อนของประชาชน สั่งการให้ทุกส่วนเร่งคลี่คลายสถานการณ์ โดยเฉพาะพื้นที่นอกคันกั้นน้ำที่เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมในพื้นที่การเกษตร อย่างไรก็ตาม จากการเร่งพร่องน้ำออกจากลำน้ำ กระจายน้ำเข้าทุ่งแก้มลิง รวมถึงแผนฉุกเฉินที่รัฐบาลมอบให้แต่ละจังหวัดเร่งดำเนินการในพื้นที่เสี่ยงที่ คาดว่าจะสามารถรองรับ และคลี่คลายสถานการณ์น้ำให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า จากการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ ปริมาณน้ำฝน รวมทั้งการระบายน้ำเพิ่มของเขื่อนอุบลรัตน์และน้ำทะเลหนุน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ สถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่อยู่ในระดับเฝ้าระวังและระดับวิกฤติ โดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำที่มีปริมาณน้ำจากทางตอนบนไหลมาสมทบ หรือมีฝนตกในพื้นที่รับน้ำบริเวณลุ่มน้ำ การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำในลำน้ำพองและลำน้ำชีส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง น้ำไหลหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำ และน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำของแม่น้ำสายต่างๆ ในช่วงวันที่ 15-30 ต.ค.นี้ นายชยพลกล่าวว่า ปภ.ประสาน 34 จังหวัดริมแม่น้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย แม่น้ำลาว ได้แก่ เชียงราย แม่น้ำยม ได้แก่ แพร่ พิษณุโลก สุโขทัย และพิจิตร แม่น้ำปิง ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ตาก และกำแพงเพชร แม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ แม่น้ำป่าสัก ได้แก่ เพชรบูรณ์ และลพบุรี แม่น้ำสะแกกรัง ได้แก่ อุทัยธานี แม่น้ำท่าจีน ได้แก่ สุพรรณบุรี และนครปฐม แม่น้ำชี ได้แก่ หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร และกาฬสินธุ์ และแม่น้ำมูล ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี เตรียมพร้อมรับมือ ผลกระทบจากปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ควบคุมการเปิด-ปิดการระบายน้ำให้สอดคล้องกับระดับการขึ้น-ลงของน้ำทะเล พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ วิเคราะห์แนวโน้มและปัจจัยเสี่ยงจากปริมาณน้ำท่าและปริมาณน้ำฝน รวมถึงปริมาณน้ำไหลผ่าน ขณะที่นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกกรมชลประทานเข้าไปสอบถามถึงสถานการณ์น้ำ ฝน และการบริหารจัดการน้ำ อาทิ แม่น้ำชี มูล เจ้าพระยา รวมถึงภาคใต้ จะมีน้ำท่วมตรงจุดไหนอย่างไร กำชับเรื่องการบริหารจัดการน้ำให้ดี เนื่องจากกังวลว่าสถานการณ์น้ำในช่วงระหว่างวันที่ 17-19 ต.ค. ที่กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า จะเกิดร่องความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวไปทางภาคใต้ ทำให้เกิดฝนตกหนัก และน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ กรมชลประทานมีการเตรียมการรับมืออย่างไรบ้าง และชี้แจงให้ประชาชนรับทราบหรือยัง นายกรัฐมนตรีกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงและเตือนประชาชนให้เข้าใจในสถานการณ์ ทั้งนี้ กรมชลประทาน นำเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องสูบน้ำ ลงไปในพื้นที่ภาคใต้เพื่อเตรียมรับมือปริมาณฝนที่จะตกแล้ว ส่วนภาคกลาง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ คาดว่าในวันที่ 17-19 ต.ค. จะมีปริมาณฝนประมาณ 50-60 มิลลิเมตร (มม.) ต่อวัน มีโอกาสทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำขังในพื้นที่ลุ่มต่ำใน กทม. เพราะประสิทธิภาพการระบายน้ำในบางจุดของ กทม.มีจำกัด โดยเฉพาะถนนสายหลักต่างๆ ได้แก่ วิภาวดีรังสิต ลาดพร้าว และสุขุมวิท ประชาชนในพื้นที่ควรเตรียมพร้อมรับมือด้วย สำหรับพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา กรม ชลประทานจะยังควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านท้ายเขื่อนในเกณฑ์ไม่เกิน 2,600 ลบ.ม.ต่อวินาที ใช้ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกรับน้ำเข้าไปอย่างเต็มศักยภาพ และใช้พื้นที่ลุ่มต่ำทั้งสองฝั่งรับน้ำเข้าไปเก็บไว้ในทุ่งต่างๆ รวม 12 ทุ่ง เพื่อช่วยลดยอดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านลงสู่พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำมากกว่า 1,183 ล้าน ลบ.ม. ยังสามารถรับน้ำรวมกันได้อีกกว่า 310 ล้าน ลบ.ม. กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า พายุไต้ฝุ่น “ขนุน” (Khanun) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน หรือด้านตะวันออกของเกาะไหหลำ มีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน และอ่าวตังเกี๋ย ในช่วงวันที่ 16-17 ต.ค. และจะอ่อนกำลังลง พายุโซนร้อน พายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ จะส่งผลทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น เริ่มจากด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อนในวันที่ 16 ต.ค. ในช่วงวันที่ 17-19 ต.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระวังน้ำท่วมขังและลมกระโชกแรง รายงานแบบจำลองภูมิอากาศ (วาฟ) สถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ระบุว่า พายุไต้ฝุ่นขนุน อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน จากนั้นก็จะสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว แล้วหายไปเลยตั้งแต่ยังไม่ขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม ไม่มีผลกับประเทศไทยโดยตรง อย่างไรก็ตาม ทำให้ร่องมรสุมจากเดิมที่จะพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ก็จะเปลี่ยนไปพาดผ่านทางภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ทำให้ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. มรสุมจะเลื่อนกลับลงมาบริเวณภาคกลาง และภาคตะวันออกอีกครั้ง ส่งผลให้พื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณเขตดุสิต ดินแดง จตุจักร บางพลัด หลักสี่ วังทองหลาง และปริมณฑล รวมทั้งภาคตะวันตกบางพื้นที่ คือ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  6. THE STANDARD ชยพล ธิติศักดิ์อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ ปริมาณน้ำฝน น้ำท่า รวมทั้งการระบายน้ำเพิ่มของเขื่อนอุบลรัตน์และน้ำทะเลหนุน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ โดยสถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่อยู่ในระดับเฝ้าระวังและระดับวิกฤต โดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำที่มีปริมาณน้ำจากทางตอนบนไหลมาสมทบ หรือมีฝนตกในพื้นที่รับน้ำบริเวณลุ่มน้ำ การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำในลำน้ำพองและลำน้ำชี ส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง น้ำไหลหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำ และน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำของแม่น้ำสายต่างๆ โดย ปภ. ประสาน 34 จังหวัดริมแม่น้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง น้ำไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันในช่วงวันที่ 15-30 ตุลาคมประกอบด้วย แม่น้ำลาว ได้แก่ เชียงราย แม่น้ำยม ได้แก่ แพร่, พิษณุโลก, สุโขทัย และพิจิตร แม่น้ำปิง ได้แก่ เชียงใหม่, ลำพูน, ตาก และกำแพงเพชร แม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ นครสวรรค์, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, ปทุมธานี, นนทบุรี และสมุทรปราการ แม่น้ำป่าสัก ได้แก่ เพชรบูรณ์ และลพบุรี แม่น้ำสะแกกรัง ได้แก่ อุทัยธานี แม่น้ำท่าจีน ได้แก่ สุพรรณบุรี และนครปฐม แม่น้ำชี ได้แก่ หนองบัวลำภู, ชัยภูมิ, ขอนแก่น, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ยโสธร และกาฬสินธุ์ แม่น้ำมูล ได้แก่ นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ปริมาณน้ำในเขื่อนวิกฤตหลายแห่ง เร่งปล่อยน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 34 แห่ง ส่วนใหญ่ยังมีปริมาณน้ำอยู่ในภาวะวิกฤต โดยมีเขื่อนที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 อยู่ถึง 20 แห่ง เช่น เขื่อนสิริกิติ์, เขื่อนจุฬาภรณ์, เขื่อนอุบลรัตน์, เขื่อนลำปาว, เขื่อนสิรินธร, เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์, เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนขุนด่านปราการชล ฯลฯ สำหรับเขื่อนอุบลรัตน์ต้องระบายน้ำออกจากเขื่อนวันละ 46 ล้านลูกบาศก์เมตร และจะเพิ่มการระบายน้ำต่อเนื่องแบบขั้นบันไดไปจนถึงระดับสูงสุดวันละ 54 ล้านลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 17 ตุลาคม หลังมีน้ำไหลเข้าเขื่อนถึงวันละ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร และจะส่งผลให้พื้นที่ท้ายน้ำได้รับผลกระทบ ปภ. สรุปพื้นที่น้ำท่วมเหลือ 9 จังหวัด กระทบคน 1.4 แสนคน ปภ. สรุปสถานการณ์อุทกภัย น้ำไหลหลาก และน้ำเอ่อล้นตลิ่งจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชัน และการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่วันที่ 10-15 ตุลาคม ทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร, ตาก, พิจิตร, นครสวรรค์, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี และกาฬสินธุ์ รวม 33 อำเภอ 215 ตำบล 1,230 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 55,814 ครัวเรือน 144,464 คน ผู้เสียชีวิต 3 ราย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีเพียงจังหวัดเดียวคือ กำแพงเพชร ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว อยุธยาน้ำท่วมหนักหลายพื้นที่ กระทบเศรษฐกิจท้องถิ่น THE STANDARD สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่ตลาดบ้านแพน อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น ส่งผลให้สลิงประตูระบายน้ำเจ้าเจ็ดขาด ทำให้ประตูระบายน้ำที่ไหลผ่านอำเภอเสนาเปิดไม่ได้ น้ำจึงล้นเข้าท่วมบริเวณด้านหลังตลาดชั้นนอก บริเวณถนนกิตติขจร และถนนแขวัฒนะ ระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ล่าสุดสามารถแก้ไขให้ประตูน้ำเจ้าเจ็ดเปิดได้ปกติแล้ว แต่จากสภาพทั่วไปยังมีน้ำท่วมพื้นผิวที่สัญจรไปมาเป็นบางจุด THE STANDARD ให้ความสนใจไปที่ตลาดบ้านแพน ตลาดใหญ่ในท้องถิ่น ซึ่งมีร้านค้ามากกว่า 400 ร้าน สถานการณ์ขณะนี้น้ำยังไม่ท่วมเข้าไป แต่อย่างไรก็ตามระดับน้ำในแม่น้ำได้สูงกว่าพื้นถนนในตลาดประมาณ 30 เซนติเมตร ทางเทศบาลต้องระดมเครื่องสูบน้ำหลายสิบตัวเร่งระบายน้ำตลอดเวลา เพราะหากน้ำท่วมตลาดจะส่งผลซ้ำเติมต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น เนื่องจากการที่น้ำท่วมเป็นเวลานานก็ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจของคนในท้องที่มากพออยู่แล้ว สำหรับภาพรวมของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่น้ำท่วมรวม 7 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอผักไห่, เสนา, บางบาล, พระนครศรีอยุธยา, บางปะอิน, บางไทร และบางปะหัน มีผู้เดือดร้อนกว่า 25,000 ครัวเรือน ส่วนใหญ่พื้นที่ถูกน้ำท่วมเป็นชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และลำคลองสายหลักของจังหวัด นายกฯ เรียกประชุมด่วนแก้ไขสถานการณ์น้ำ วันนี้ (16 ต.ค.) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พล.อ. สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และ พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมข้าราชการที่เกี่ยวข้องหารือวงเล็กเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ และความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการระบายน้ำ การผันน้ำตะวันตก-ตะวันออก เส้นทางใหม่ระบายน้ำลงอ่าวไทย รวมทั้งแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัยขณะนี้ พายุขนุน ทำไทยฝนตกไปจนถึง 18 ตุลาคม กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเมื่อเวลา 16.00 น. ประจำวันที่ 16 ตุลาคมว่า พายุดีเปรสชันขนุน ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ยแล้ว ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามและลาวตอนบน โดยพายุนี้ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เว้นแต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนน้อยกว่าภาคอื่นๆ โดยประเทศไทยจะมีฝนตกปกคลุมทั่วประเทศไปจนถึงวันที่ 18 ตุลาคมนี้เป็นอย่างน้อย ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  7. THE STANDARD ตลอดคืนของวันที่ 13 ตุลาคม ฝนถล่มกรุงเทพมหานครต่อเนื่องจนถึงเวลา 6.00 น. ของวันที่ 14 ตุลาคม โดยมีปริมาณฝนสูงสุดที่สำนักงานเขตพระนคร วัดได้ 214.5 มม. เวลาประมาณ 1.00 น. ของคืนวันที่ 13 ตุลาคม มีรายงานน้ำท่วมเร่งระบายบนถนนสายหลักทั้งหมด 55 จุด มีความสูงตั้งแต่ 10-40 ซม. เช้าวันที่ 14 ตุลาคม คนกรุงเทพฯ ต้องตื่นมาเผชิญชะตากรรมน้ำท่วมขังรอการระบาย มีการแชร์ภาพน้ำท่วมตามพื้นที่ต่างๆ ลงตามสื่อโซเชียลมีเดีย กทม. แจง ฝนตกหนักเข้าขั้นวิกฤต ปัดข่าวลือปิดคลองแสนแสบผันน้ำเหนือ (14 ต.ค.) พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพฯ มีปริมาณน้ำฝนที่มากถึง 214.5 มม. ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับวิกฤต จึงมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานครรายงานน้ำท่วมขังทั้งหมด 55 จุด และเจ้าหน้าที่ กทม. ได้ระดมกำลังเข้าแก้ไขสถานการณ์ ทำให้ขณะนี้น้ำแห้งเกือบทุกจุดแล้ว คงเหลือเฉพาะบางจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง เช่น ถนนวิภาวดี ฝั่งขาเข้า, ถนนเพชรเกษม, ถนนอโศกมนตรี, ถนนเอกมัย ซึ่งกรุงเทพมหานครจะเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่องจนกว่าน้ำจะแห้งหมดทุกจุดและกลับสู่สภาวะปกติต่อไป ทั้งนี้ได้กำชับให้ผู้อำนวยการเขตทุกเขตตรวจสอบสภาพพื้นที่ พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วน ผู้ว่า กทม. กล่าวด้วยว่า กรุงเทพมหานครต้องขอโทษประชาชนด้วยที่ต้องเดือดร้อนกับปัญหาน้ำท่วมขัง แต่เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามีค่อนข้างเยอะ ประกอบกับน้ำในคลองก็มีปริมาณมาก จึงส่งผลให้การระบายน้ำทำได้ไม่เต็มที่ ต้องใช้เวลาในการระบายน้ำเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการจัดเจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำตามจุดต่างๆ ทั่วพื้นที่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืน จนถึงขณะนี้ปริมาณน้ำในพื้นที่ต่างๆ แห้งเกือบหมดแล้ว เหลือเพียง 2-3 จุดเท่านั้นที่ยังมีน้ำขังอยู่ แต่ลดลงเรื่อยๆ คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม อีกไม่นานน้ำน่าจะแห้งทั้งหมด พร้อมกันนี้กรุงเทพมหานครขอขอบคุณประชาชนที่ทิ้งขยะได้ถูกที่มากขึ้น ปัจจุบันอาจมีขยะอุดตันตะแกรงระบายน้ำบ้าง แต่เป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ซึ่งกรุงเทพมหานครเร่งระบายน้ำในพื้นที่อย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด “ผมต้องขออภัยพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางนี้ เพราะบางคนใช้เส้นทางนี้เป็นเส้นทางประจำ ไม่รู้จะหลีกเลี่ยงอย่างไร ผมขออภัยที่ทำให้น้ำออกไปจากผิวจราจรได้ช้ากว่าปกติ ผมก็พยายามจะทำดีที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้โทษใคร ฝนตกเยอะ เป็นหน้าที่ที่เราต้องทำ ให้โทษที่ผมที่ระบายน้ำออกได้ช้า ผมไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว *น้ำท่วมขัง 55 จุด เร่งระบายหมดเกือบ 4 โมงเย็น * ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร รายงานว่า ปริมาณฝนสะสม 6 ชั่วโมงกลางดึกของวันที่ 13 ตุลาคม มีฝนตกหนักมากกว่า 100 มม. หลายพื้นที่ โดยมีปริมาณฝนสูงสุดที่เขตพระนคร 203 มม., เขตบางกอกน้อย 195 มม., เขตภาษีเจริญ 188 มม., เขตราชเทวี 177 มม. และเขตจอมทอง 178 มม. พร้อมขอความร่วมมือประชาชนชาว กทม. งดออกจากบ้าน ในบริเวณพื้นที่ที่ยังคงมีน้ำท่วมขังสูง กรุงเทพมหานครรายงานสถานการณ์การระบายน้ำจากพื้นที่ต่างๆ รวม 55 จุด โดยเมื่อเวลา 15.45 น. มีรายงานสถานการณ์การระบายน้ำว่าสามารถเร่งระบายน้ำได้ออกหมดทุกพื้นที่แล้ว รวมทั้งถนนวิภาวดีและถนนรัชดาภิเษก เหลือเพียง 2 พื้นที่ที่ยังระบายน้ำไม่หมดคือ ซอยสุทธิพร 2 ย่านดินแดง และบริเวณเพชรเกษม 37 เขตภาษีเจริญ อิทธิพลพายุขนุน ทำไทยเจอฝนต่อเนื่องถึง 20 ตุลาคม ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 7.00 น. วันนี้ (14 ต.ค.) พายุโซนร้อน ‘ขนุน’ (KHANUN) ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน หรือด้านตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไหหลำ ประเทศจีน และประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 15-17 ตุลาคม 2560 โดยจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเมื่อเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ทั้งนี้เนื่องจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศเวียดนามและประเทศลาวตอนบน อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ต่อมากรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนว่าจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ รวมทั้งกรุงเทพมหานคร จึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 20 ตุลาคมนี้ น้ำเหนือมาก น้ำทะเลหนุนสูงถึงสิ้นเดือนตุลาคม ประกาศกรมอุทกศาสตร์ เนื่องจากในวันที่ 13-31 ตุลาคม 2560 ระหว่างเวลาประมาณ 7.00-1.00 น. และ 14.00-20.00 น. เป็นช่วงที่น้ําทะเลหนุนสูง ประกอบกับมวลน้ําเหนือไหลมาในปริมาณมาก ลักษณะดังกล่าวอาจทําให้ระดับน้ําในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ โดยคาดหมายว่าที่บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ อจปร.อร. และพื้นที่ใกล้เคียง ระดับน้ําจะมีความสูงประมาณ 1.70-1.90 ม. จากระดับทะเลปานกลาง จึงขอให้ระมัดระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ข่าวลือเต็มโลกออนไลน์ ปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพล พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลในโซเชียลมีเดียว่าจะมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพลลงแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านคลองแสนแสบเพื่อลงสู่แม่น้ำบางปะกง และจะทำให้น้ำท่วม กทม. ว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยจากการตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลที่มีการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ toptenthailand ตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2554 จึงไม่ควรแชร์ส่งต่อกันจนเกิดความตื่นตระหนก ส่วนผู้ที่จงใจเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณีข่าวลือในสื่อออนไลน์ว่าจะมีการปิดคลองแสนแสบเพื่อระบายน้ำเหนือ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากการระบายน้ำเหนืออาศัยการระบายน้ำผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นหลัก ซึ่งกรุงเทพมหานครและกรมชลประทานได้มีการประสานงานกันอยู่ตลอดเวลา จึงขอให้ประชาชนมั่นใจ และสามารถติดตามข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริงจากกรุงเทพมหานคร รวมทั้งแจ้งปัญหาน้ำท่วมได้ที่ ID Line: @bkk_best, www.facebook.com/bkk.best, ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม โทร. 0 2248 5115 หรือสายด่วน กทม.1555 ชาวกรุงฯ ผวาฝนถล่มซ้ำ ช่วงเย็นวันที่ 14 ตุลาคม มีรายงานว่าหลายพื้นที่ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา โดยกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ช่วง 17.00 น. ฝนตก บริเวณฝั่งธนบุรีตอนล่างและฝั่งพระนครตอนล่าง ขณะที่พยากรณ์อากาศประจำวันแจ้งว่า กรุงเทพฯ จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยฝนจะตกหนักต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 20 ตุลาคมนี้ ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  8. Khaosod เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของจ.สุพรรรบุรี และมีน้ำป่าไหลหลาก จากตอนล่างของจ.อุทัยธานี ทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง ล่าสุด ได้ทะลักเข้าท่วมในพื้นที่ ต.หัวเขา และ ต.วังศรีราช อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ โดยน้ำไหลเชี่ยวซัดถนนขาด ประชาชนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และยังท่วมบ้านเรือนประชาชนอีกกว่า 300 หลังคาเรือน โดย อบจ.จ.สุพรรณบุรี นำโดยนายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกอบจ.สุพรรณบุรี เร่งให้ความช่วยเหลือ นำกระสอบทรายกว่า 50,000 ใบ วางสกัดกั้นน้ำ พร้อมนำเครื่องสูบน้ำ 6 เครื่องใหญ่ กระจายในหลายจุดตามอำเภอที่ได้ผลกระทบ เพื่อเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน ทั้งนี้ที่หมู่บ้าน ต.วังศรีราช อ.เดิมบางนางบวช จำนวน 2 หมู่บ้าน และต.หัวเขา ต.หนองกระทุ่ม อ.เดิมบางนาวบวช ต.กระเสียว อ.สามชุก น้ำป่ายังได้ทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชน ไร่นาของชาวบ้าน ขณะนี้ได้รับความเสียหาย กว่า 5 พันไร่แล้ว ส่วนถนนทางเข้าหมู่บ้านวังศรีราช ที่ขณะนี้ถูกน้ำป่าซัดขาด ได้ปิดเส้นทางแล้ว และเตือนให้ชาวบ้านที่สัญจรไปมาระมัดระวัง และใช้เส้นทางอื่นแทน พร้อมประกาศให้ชาวบ้านเร่งขนย้ายข้าวเครื่องใช้ขึ้นที่สูง พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าอย่างใกล้ชิด ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  9. PPTV HD 36 Exclusive กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนทั่วทุกภาคของประเทศ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักช่วง 2-3 วันนี้ ขณะที่จังหวัดสระแก้ว เกิดน้ำท่วมขังบริเวณด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ระดับน้ำสูงกว่า 50 เซนติเมตร ชาวไทยและชาวกัมพูชา ต้องเดินลุยน้ำ ที่ท่วมบนสะพานเข้า-ออก ด่านชายแดนบ้านหนองปรือ-มาลัย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังฝนตกหนักต่อเนื่องช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทำให้น้ำเอ่อล้นท่วมบริเวณด่าน เกือบ 30 เซนติเมตร นอกจากนี้น้ำยังไหลเข้าท่วม บ้านเรือนทั้งฝั่งไทยและฝั่งกัมพูชา ขณะที่ จ.ลพบุรี มีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้น้ำป่าจากภูเขาซับตะเคียน ไหลเข้าท่วมบ้านเรือน และพื้นที่การเกษตรใน ต.ม่วงค่อม ได้รับความเสียหายจำนวนมาก นอกจากนี้ยังไหลท่วมถนนสายชัยบาดาล-ด่านขุนทด ระดับน้ำสูงประมาณ 80 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ส่วนที่ภาคเหนือที่ จ.ลำปาง น้ำในลำห้วยแม่เกี๋ยง อ.แม่ทะ ล้นประตูระบายน้ำไหลท่วมบ้านผาลาดหมู่ 6 สูงกว่า 50 เซนติเมตร รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ล่าสุดระดับน้ำลดลงแล้ว หลังฝนหยุดตก ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วม ช่วงวันที่ 3-5 ตุลาคมนี้ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  10. Thai PNS วันนี้ (2 ต.ค.2560) กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ "ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบถึงวันที่ 6 ต.ค.2560)" ฉบับที่ 1 ดังต่อไปนี้ ในช่วงวันที่ 2-5 ต.ต. 2560 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในที่ลุ่มไว้ด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางจะเคลื่อนเข้ามาตามแนวร่องมรสุม ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง สำหรับพื้นที่ที่คาดว่ามีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้ ในช่วงวันที่ 2-4 ต.ค.2560 ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ในช่วงวันที่ 5-6 ต.ค.2560 ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก และพิจิตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ ประกาศ ณ วันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น. ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
×