Jump to content
aeize.com 4.3.6

Search the Community

Showing results for tags 'apple'.



More search options

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Content Type


Forums

  • aeize.com
    • ประกาศจากเว็บ aeize.com
    • แนะนำ ติชม และแจ้งปัญหาการใช้งานเว็บ
  • Trends
    • ข่าวเด่น ประเด็นร้อน
    • แอปพลิเคชัน และ เกม บนสมาร์ทโฟน
    • คลิป หนังดี ละครฮิต ซีรีย์แซ่บ
    • นิยาย & การ์ตูน น่าอ่าน
    • นานาสาระ เรื่องน่ารู้
  • Community
    • พูดคุยเรื่องทั่วไป สัพเพเหระ
    • รู้ที่เที่ยว เที่ยวทั่วไทย
    • เกม ออฟไลน์ ออนไลน์ คอมพิวเตอร์ พีซี
    • ทิป-ทริค เทคนิคทำเว็บ เขียนโค้ด
    • โปรแกรม ซอฟต์แวร์ คอมพิวเตอร์
  • IPS Community Suite 4's Topics

Find results in...

Find results that contain...


Date Created

  • Start

    End


Last Updated

  • Start

    End


Filter by number of...

Joined

  • Start

    End


Group


Found 26 results

  1. THE STANDARD Apple เปิดตัว iPad ขนาด 9.7 นิ้วรุ่นใหม่ รองรับการใช้งาน Apple Pencil ได้แล้ว พร้อมตั้งเป้าเป็นเครื่องมือเพื่อการศึกษาเต็มรูปแบบ จัดโปรโมชันราคาพิเศษเอาใจโรงเรียน วันอังคารที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา Apple จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ iPad ขนาด 9.7 นิ้ว ที่เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ พร้อมรองรับการใช้งาน Apple Pencil ในการจดบันทึก ทำสัญลักษณ์ที่หน้าจอหรือวาดรูป เพื่อเป็นเครื่องมือการเรียนการสอนและการทำงาน ใช้ชิป A10 Fusion ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ฟีเจอร์ AR (Augmented Reality) ได้อย่างไหลลื่น แบตเตอรี่ใช้งานได้เต็ม 1 วัน สนนราคาเริ่มต้นสำหรับบุคคลทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 11,500 บาท และราคาจำหน่ายสำหรับโรงเรียนอยู่ที่ 10,800 บาท Greg Joswiak รองประธานฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ของ Apple กล่าวว่า iPad คือวิสัยทัศน์ของคอมพิวเตอร์ในอนาคต โดย iPad 9.7 นิ้วรุ่นนี้ได้ถูกพัฒนาประสิทธิภาพด้านการใช้งานขึ้นไปอีกขั้น เพื่อให้ตอบสนองความต้องการในการใช้เพื่อทำงานและการเรียนรู้ “iPad รุ่นนี้รองรับ Apple Pencil ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้จำนวนมากได้สัมผัสความสามารถล้ำสมัยของหนึ่งในเครื่องมือที่สร้างสรรค์ที่สุดของเรา ทั้งยังมีขุมพลังชิป A10 Fusion จอภาพ Retina ขนาดใหญ่ที่ให้ภาพสวยงาม กล้องและเซนเซอร์อันล้ำสมัย ที่ช่วยให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์ AR อย่างที่อุปกรณ์อื่นทำไม่ได้” ข้อมูลโดยทั่วไปของ iPad 9.7 นิ้ว ขนาดหน้าจอ 9.7 นิ้ว มี 2 รุ่น ทั้งรุ่นรองรับ Wi-Fi อย่างเดียว และรุ่น Wi-Fi + Cellular (ความจุทั้ง 2 โมเดลคือ 32GB, 128GB) ตัวเครื่องมีให้เลือกด้วยกัน 3 สีได้แก่ เงิน ทอง และเทาสเปซเกรย์ ผลิตขึ้นจากวัสดุอะลูมิเนียม Unibody ความสูง 240 มม. (9.4 นิ้ว) ความกว้าง 169.5 มม. (6.6 นิ้ว) ความหนา 7.5 มม. (0.29 นิ้ว) น้ำหนัก รุ่นรองรับ Wi-Fi 469 กรัม (1.03 ปอนด์), รุ่น Wi-Fi + Cellular 478 กรัม (1.05 ปอนด์) จอภาพ Retina แบบ Multi-Touch แบ็กไลต์ LED ขนาด 9.7 นิ้ว (แนวทแยง) ความละเอียด 2048×1536 พิกเซลที่ 264 ppi รองรับ Apple Pencil ใช้ชิปเซต A10 Fusion พร้อมสถาปัตยกรรม 64 บิต โปรเซสเซอร์ร่วม M10 ในตัว กล้องหลังความละเอียด 8 เมกะพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 1.2 เมกะพิกเซล ข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมสามารถศึกษาได้ที่ www.apple.com/th/ipad-9.7/ ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  2. iPhonemod สื่อต่างประเทศรายงานข้อมูลว่ามีการพบรหัสชี้ว่าเป็น iPad รุ่นใหม่ 2 รุ่นในฐานข้อมูล Eurasian คาดว่าเป็นข้อมูลลงทะเบียนเตรียมเปิดตัวมี.ค. 2018 หรือไม่ก็ WWDC 2018 พบข้อมูลรหัสสินค้า iPad รุ่นใหม่ปี 2018 ในฐานข้อมูล Eurasian เว็บไซต์ Consomac ประเทศฝรั่งเศสได้รายข้อมูลชุดหนึ่งเป็นภาษารัสเซีย (Eurasian Economic Commission) โดยข้อมูลชุดดังกล่าวนั้นมีการอ้างรหัสสินค้า 2 ตัวคือ A1954 และ A1893 ในรายละเอียดของข้อมูลเผยว่าสินค้ารหัสตัวนี้มาพร้อมกับ iOS 11 และด้วยรูปแบบรหัสดังกล่าวคาดว่าเป็น iPad รุ่นใหม่จำนวน 2 รุ่น ซึ่งเป็นไปได้เหมือนว่าจะมีการเปิดตัวเร็วๆ นี้ มี.ค. 2018 หรือไม่ก็ในงาน WWDC 2018 iPad รุ่นใหม่ปี 2018 สำหรับข่าวลือที่เป็นที่พูดคุยกันก่อนหน้านี้ว่า iPad รุ่นใหม่จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ Face ID เหมือน iPhone X ใช้จอเต็มขอบ ไม่มีปุ่ม Home แต่ข้อมูลในฐานข้อมูล Eurasian ไม่ได้มีการพูดถึงฟีเจอร์นี้และข้อมูลเผยว่าสินค้ารหัสใหม่ทั้ง 2 ตัวน่าจะเปิดตัวก่อนครึ่งหลังปี 2018 (ก่อนงาน WWDC 2018) เมื่อย้อนกลับไปดูช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (มี.ค. 2017) Apple เปิดตัวและเปิดขาย iPad 9.7 นิ้วรุ่นราคาย่อมเยา ส่วนในปี 2018 นี้ก็มีข่าวลือเหมือนกันว่าจะมีการเปิดตัว iPad 9.7 นิ้วรุ่นปรับสเปกปี 2018 เพื่อเจาะตลาดธุรกิจและการศึกษาอีกเช่นกัน เมื่อปีที่แล้ว Consomac เคยรายงานข้อมูลลักษณะเดียวกันในช่วงเดือน พ.ค. 2017 ว่ามีการพบรหัสสินค้าที่น่าจะเป็นของ MacBook, Macs, iPad Pro, Magic Keyboard ก่อนงาน WWDC 2017 และในงานเราก็ได้เห็น iPad Pro รุ่นใหม่และ MacBook รุ่นปรับสเปกนั่นเอง ข้อมูลจาก Consomac ที่เผยออกมาในช่วง ก.พ. 2018 นี้ชี้ให้เห็นว่า Apple อาจไม่จัดงานเปิดตัวสินค้าใหม่ในเดือน มี.ค. 2018 โดยรูปแบบน่าจะคล้ายกับปีที่แล้ว จะเป็นอย่างไรติดตามกันต่อไป ที่มา – 9to5mac ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  3. iPhonemod วันนี้ 20 กุมภาพันธ์ 2561 ทาง Apple ได้ปล่อยซอฟต์แวร์อัปเดต iOS 11.2.6 เพื่อให้ผู้ใช้ทั่วไปได้อัปเดตกัน โดยหัวใจของการอัปเดตนี้คือการป้องกันปัญหาที่แอปพลิเคชันจะปิดตัวลงหากได้รับความข้อความอักษรภาพภาษาอินเดียและแก้ปัญหาในแอป 3rd party บางตัวไม่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมภาพนอกได้ Apple ปล่อยอัปเดต iOS 11.2.6 สำหรับผู้ใช้ทั่วไปแล้ว ก่อนหน้านี้ทีมงานแจ้งให้ทราบว่า พบปัญหาตัวอักษรภาษาอินเดียทำให้ iPhone, iPad, Mac, Apple Watch เข้าแอป Message ไม่ได้ Apple รับทราบปัญหาแล้ว หลักจากนั้นเพียง 4 วันทาง Apple จึงได้ปล่อยอัปเดตให้ iOS เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ซึ่งถือว่ามีความรวดเร็วเป็นอย่างมาก iOS 11.2.6 มาพร้อม Build หมายเลข 15D100 สามารถอัปเดตได้ทั้ง iPhone iPad และ iPod touch ผู้ใช้สามารถเข้าไปที่เมนู Software Update ได้เลย หากมีข้อมูลรายละเอียดที่เปลี่ยนแปลงใน iOS 11.2.6 เพิ่มเติมทีมงานจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  4. Beartai.com รายงานใหม่ล่าสุดจาก Nikkei เผยว่า Apple ได้สั่งลดกระบวนการผลิต iPhone X ลงถึงครึ่งหนึ่ง ซึ่งทำให้ Samsung เหลือชิ้นส่วนหน้าจอ OLED เยอะมากตามข่าวก่อนหน้านี้จนต้องหาทางขายให้ผู้ผลิตรายอื่นแทน Apple ถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ของ Samsung ในการจ้างผลิตหน้าจอ OLED แต่ดันเกิดปัญหาเมื่อ Apple สั่งลดกระบวนการผลิต iPhone X ลงทำให้ Samsung เหลือหน้าจอ OLED ในสต็อกเยอะมาก ครั้นจะขายให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่นก็ลำบากเนื่องจากราคาของ OLED นั้นสูง ผู้ผลิตรายอื่นจึงเลือกใช้ LCD เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ Samsung ยังประสบปัญหาต้องแข่งขันกับผู้ผลิตหน้าจอ OLED จากประเทศจีนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสร้างความกดดันให้ Samsung จนบริษัทอาจต้องลดราคา OLED ลงในอนาคตด้วย อ้างอิง ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  5. MThai.com - Tech แม้จะชดเชยด้วยการลดราคาแบตเตอรี่ iPhone ตั้งแต่iPhone 6 ขึ้นไปก็ดูเหมือนจะยังไม่เพียงพอนะครับเพราะล่าสุด Apple โดนฟ้องร้องกว่า 26 คดี ทั่วโลกแล้วโดยในสหรัฐอเมริกาโดนฟ้องไปแล้วกว่า 24 คดี ซึ่งเป็นแบบรวมกลุ่มกัน หลังจากที่ Apple ออกมายอมรับว่าแอบลดประสิทธิภาพ iPhone รุ่นเก่าตั้งแต่การปล่อยอัพเดท iOS 10.2.1 ที่ออกมาให้กับ iPhone 6, iPhone 6 Plus, iPhone 6s,iPhone 6s Plus และ iPhone SE เพื่อแก้ปัญหา iPhone ปิดเครื่องเอง โดยผู้ฟ้องร้องส่วนใหญ่ต้องการให้ Apple ชดเชยด้วยการเปลี่ยนแบตเตอรี่ฟรี หรือคือนเงินให้ลูกค้าได้ซื้อ iPhone รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าพร้อมทั้งให้ Apple ระบุข้อความอธิบายลงใน iOS เพื่อให้ผู้ใช้งานทราบว่า การเปลี่ยนแบตเตอรี่สามาป้องกันการชะลอประสิทธิภาพลงได้ ทั้งนี้ Apple ได้ออกมาชดเชยเบื้องต้นด้วยการลดราคาแบตเตอรี่ iPhone ตั้งแต่ iPhone 6 ขึ้นไปในราคา 1000 บาทแล้วซึ่งจะมีผลเฉพาะปี 2018 และจะเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ลงใน iOS เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบแบตเตอรี่ได้สะดวกมากขึ้นแล้ว ซึ่ง Apple ยืนยันว่าหลังจาก iPhone เปลี่ยนแบตแล้วเครื่องจะกลับมาทำงานเต็มประสิทธิภาพแน่นอน แต่ซอฟต์แวร์ที่ลดประสิทธิภาพเครื่อง จะยังอยู่เหมือนเดิมและขยายไปถึง iOS 11.2 สำหรับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ด้วย ที่มา Macrumors ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  6. iPhonemod เป็นประเด็นที่พูดถึงมากในช่วงท้ายปี 2017 นี้ในเรื่อง Apple ตั้งใจทำให้ iPhone รุ่นเก่าช้าลง (เพื่อป้องกันเครื่องดับเอง) โดยมีผู้ใช้ iPhone ยื่นเรื่องฟ้องร้อง Apple ต่อศาลสหรัฐแล้ว ผู้ใช้ iPhone ยื่นเรื่องฟ้องร้อง Apple ต่อศาลสหรัฐ ในประเด็นตั้งใจทำให้ iPhone รุ่นเก่าช้าลง TMZ รายงานข้อมูลว่า Stefan Bogdanovich ผู้ใช้ iPhone รายหนึ่งใน L.A. ได้ยื่นเรื่องฟ้องร้อง Apple ต่อศาลสหรัฐ โดยเขาเชื่อว่าการที่ Apple ทำให้ iPhone รุ่นเก่าช้าลง (เพื่อป้องกันเครื่องดับเอง) เมื่ออัปเดต iOS เวอร์ชั่นใหม่ๆ ก็เพื่อหวังให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้ iPhone รุ่นใหม่กว่า ความเห็นของผู้ใช้บางกลุ่มเผยว่า จริงๆ แล้วปัญหาอยู่ที่ iPhone 6s (รุ่นที่มีปัญหา) ออกแบบผิดพลาด แต่ Apple ไม่ได้ออกมายอมรับความผิดพลาดในประเด็นดังกล่าว และการที่ Apple ไม่ได้ออกมาชี้แจงแบบนี้ ทำให้เรื่องนี้ก็อาจเป็นหนึ่งรายละเอียดที่อยู่ในหัวข้อการฟ้องร้อง ก่อนหน้านี้ Apple ได้อธิบายรายละเอียดปัญหา เกี่ยวกับการลดประสิทธิภาพของ iPhone รุ่นเก่าที่มีแบตเตอรี่ประสิทธิภาพต่ำลงว่า ต้องการป้องกันปัญหาตัวเครื่องดับเองอันเป็นสาเหตุมาจากแบตเตอรี่ lithium-ion ส่วนเรื่องการฟ้องร้องจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องติดตามกันต่อไป ที่มา – iclarified ดูข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  7. Marketing Oops อย่างที่รู้กันว่า iPhone X เป็นสมาร์ทโฟนที่ Apple นำเสนอเพื่อฉลอง 10 ปีของ iPhone เพิ่งจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในหลายๆ ประเทศเมื่อ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา (ส่วนประเทศไทยยังต้องรอกันต่อไป) แต่ดูเหมือนคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Samsung จะไม่อยากรอ…! เพราะได้ปล่อยโฆษณาแสบๆ คันๆ ออกมาในช่วงเวลานี้แบบพอดิบพอดี โฆษณาดังกล่าวมีชื่อว่า Samsung Galaxy : Growing Up นำเสนอเรื่องราวตั้งแต่ปี 2007 กับการเริ่มต้นทำตลาดของ iPhone นั่นเอง พร้อมกับการเปรียบเทียบรูปลักษณ์และคุณสมบัติระหว่าง iPhone กับ Samsung ในแต่ละช่วงเวลา จนกระทั่งปี 2017 ที่ iPhone เปิดตัวรุ่น iPhone 8 และ iPhone X ซึ่ง Samsung เปรียบเทียบว่าถึงเวลาเปลี่ยนเป็น Galaxy นั่นเอง อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนพากันทำโฆษณาล้อเลียน เสียดสี แบรนด์คู่แข่ง โดยเฉพาะ iPhone ที่มักจะถูกแซวอยู่เสมอ รวมถึง iPhone X ที่มีกระแสล้อเลียนออกมามากมายตั้งแต่เปิดตัว เอาเป็นว่า…ลองไปชมโฆษณาชิ้นนี้กันหน่อยดีกว่า ว่า Samsung ทำไว้แซ่บแค่ไหน ที่มา : Samsung Mobile USA อ่านบทความทั้งหมด ที่ MarketingOops.com ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  8. MThai.com - Tech ในที่สุดมหากาพย์คดีสิทธิบัตร Slide to Unlock ที่เป็นข้อพิพาทฟ้องร้องกันมากว่า 3 ปีระหว่าง Apple กับ Samsung ก็ได้ข้อสรุปเสียที เมื่อล่าสุดศาลฏีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ให้ทาง Apple เป็นฝ่ายชนะคดีไป ขณะที่ Samsung นั้นจะต้องจ่ายค่าละเมิดสิทธิบัตรเพิ่มถึง 120 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 4,200 ล้านบาท) ทางด้านตัวแทนของ Samsung ก็ออกมาแสดงความคัดค้านกับผลการตัดสินดังกล่าวโดยเรียกร้องให้ศาลใช้หลักตัดสินที่เป็นธรรม โดยเฉพาะประเด็นความคาบเกี่ยวระหว่างนวัตกรรมและการเงื่อนไขการนำสิทธิบัตรไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งทางตัวแทน Samsung ก็โจมตีว่าเกณฑ์การตัดสินของศาลนั้นเอื้อให้ Apple ได้ประโยชน์มากกว่า โฆษณา ขณะเดียวกันทาง Apple ยังไม่มีการออกมาแสดงความคิดเห็นใด ๆ ในเวลานี้ โดยนอกจากคดีสิทธิบัตรดังกล่าวแล้วยังมีคดีความระหว่าง Apple และ Samsung อีก 2 รายการที่รอการตัดสินเช่นกัน ที่มา theverge ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  9. Beartai.com บริษัทวิจัยตลาดชื่อดัง IDC เปิดเผยผลสำรวจยอดขายสมาร์ทโฟนไตรมาสล่าสุดในตลาดจีนออกมาแล้ว พร้อมทั้งมีบทวิเคราะห์สถานการณ์ของ Apple ในตลาดมือถือแดนมังกรด้วยว่าส่อแววยากที่จะกลับมายืนในหัวแถวของตลาดได้แล้ว เนื่องจากสมรภูมิการแข่งขันที่เชี่ยวกรากของบรรดาแบรนด์มือถือจีนที่เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดดและมีข้อได้เปรียบมากมายในฐานะแบรนด์เจ้าถิ่นนั่นเอง สำหรัล Apple นั้นมียอดขายอยู่ที่ 8.8 ล้านเครื่อง กินส่วนแบ่งตลาดในไตรมาส 3 นี้อยู่ที่ 7.7% โดยคิดเป็นอัตราการเติบโตต่อปีล่าสุดอยู่ที่ 0.6% เท่านั้น ซึ่งจากชาร์ตบทวิเคราะห์ของ IDC นั้นจะเห็นได้ชัดเจนว่าส่วนแบ่งตลาดของ Apple ลดลงไปเรื่อย ๆ ในทุกไตรมาส สวนทางกับ 4 แบรนด์หลักเจ้าถิ่นไม่ว่าจะเป็น Huawei, Oppo, Vivo และ Xiaomi อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปในไตรมาส 4 เมื่อจะเป็นช่วงที่ iPhone X วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการไปแล้ว สำหรับแบรนด์มือถือจีนนั้น ในปีนี้มียอดขายที่สูงขึ้นไปอีกส่วนหนึ่งก็มาจากการทุ่มเม็ดเงินมหาศาลไปกับการโฆษณาและการตลาดในรูปแบบต่าง ๆ ที่หลากหลายและเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมาก ประกอบกับสเปกสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมฟีเจอร์หลากหลาย มีประสิทธิภาพระดับพรีเมียมในราคาที่น่าคบหามากกว่า ทำให้ IDC มองว่าเป็นเรื่องยากของ Apple ที่จะกลับมาได้ในตลาดจีนในระยะยาว อ้างอิง ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  10. iPhonemod.net Apple ได้ปล่อยอัปเดต iOS 11.0.2 สำหรับบุคคลทั่วไปได้อัปเดตกัน โดยหลักๆ จะเป็นการแก้ไขปัญหาเสียงซ่าระหว่างโทรฯ ของ iPhone 8 Plus Apple ปล่อย iOS 11.0.2 สำหรับบุคคลทั่วไป สำหรับ iOS 11.0.2 นั้นมาพร้อมกับการปรับปรุงประสิทธิภาพและแก้ไขปัญหาทั่วไปจาก iOS 11.0.1 ที่ถูกปล่อยก่อนหน้านี้ โดย iOS 11.0.2 มาพร้อม เลข Build 15A421 และไฟล์ติดตั้งขนาด 270 MB มีอะไรใหม่ใน iOS 11.0.2 แก้ปัญหาเสียงซ่าใน iPhone 8, iPhone 8 Plus แก้ไขปัญหารูปภาพบางรูปที่กลายเป็น “รูปภาพที่ซ่อนอยู่” แก้ไขปัญหาไฟล์แนบอีเมลที่เข้ารหัสแบบ S/MIME ที่เปิดไม่ได้ สื่อต่างประเทศพบปัญหามากมายใน iPhone 8, iPhone 8 Plus หลังอัปเดต หลังจากที่สื่อต่างประเทศได้อัปเดต iOS 11.0.2 แล้วพบปัญหาเกี่ยวกับ Fast Charge (แท่นชาร์จ iPad หรืออื่นๆ) ใน iPhone 8, iPhone 8 Plus ตามมามายมายดังนี้ เสียบชาร์จ iPhone 8 Plus แบบ Fast Charge แล้วใช้งานอยู่ แบตเตอรี่ยังลดลง (ลดลงไวมาก) เสียบชาร์จ iPhone 8 Plus แบบ Fast Charge แล้วถอดออกเครื่องค้างทันที ตัวเลขแสดง % แบตเตอรี่มีปัญหา 3D Touch กระตุกเล็กน้อย ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  11. TNN24 ช่อง 16 iPrice สำรวจพฤติกรรมของคนไทยที่มีต่อ iPhone 8 และ iPhone X ผ่านการเสิร์ช พบว่าแค่1สัปดาห์หลังเปิดตัวก็โดนเมินซะแล้ว วันนี้(3 ต.ค. 60)บริษัท iPrice ซึ่งเป็นร้านขายสินค้าออนไลน์ในอาเซียน ได้ศึกษาพฤติกรรมของคนไทยที่มีต่อ iPhone 8 และ iPhone X ผ่านการเสิร์ชใน Google พบว่า เพียงแค่ 1 สัปดาห์หลังเปิดตัว iPhone8 พบว่าสาวกไอโฟนในไทยให้ความสนใจน้อยกว่ารุ่นก่อนๆ เหตุผลที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า iPhone 8 ไม่มีลูกเล่นใหม่บวกกับสื่อต่างให้ข่าวว่ารุ่นนี้สร้างความผิดหวังมากที่สุด ในขณะที่ iPhone X ซึ่งมีฟีเจอร์ใหม่ๆ กลายเป็นรุ่นที่คนไทยโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯและภาคใต้ เช่น จ.สงขลาให้ความสนใจมากกว่า ส่วนคนภาคเหนือ กลับสนใจ iPhone 7 มากกว่า โดยจังหวัดในภาคเหนือ ที่มีการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ iPhone 7 มากที่สุด ได้แก่ เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, น่าน, พะเยา และอุตรดิตถ์ นอกจากนี้ ยังพบว่ารายได้เฉลี่ยของคนแต่ละภาค ก็มีผลต่อความสนใจไอโฟนแต่ละรุ่นด้วย โดยพบว่าคนภาคใต้และภาคตะวันออกที่มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนมากกว่าภาคอื่นคือ 25,209 บาทและ 29,229 บาทตามลำดับ สนใจ iPhone X มากกว่า ขณะที่คนภาคเหนือ มีรายได้ต่อครัวเรือนต่ำเพียง 18,274 บาท ให้ความสนใจ iPhone รุ่นก่อนอย่างiPhone 7 มากกว่า แม้จะเพิ่งเปิดตัวไอโฟน 8 และไอโฟน X แต่พบว่าคนไทยยังสนใจไอโฟนรุ่นเก่า เพราะมีการลดราคาโดยผลสำรวจการเสิร์ชหาราคาจาก Google พบว่า คนไทยเสิร์ชหาราคาของ iPhone 6 และ 7 มากกว่า iPhone 8 และ iPhone X ด้วยเหตุผลดังนี้ 1. เนื่องจากทั้งโอเปอร์เรเตอร์ค่ายมือถือ และร้านค้าออนไลน์ อย่าง Lazada มีการออกแคมเปญลดราคา iPhone 6 และ 7 ในขณะที่ในไทยยังไม่มีการกำหนดราคา iPhone 8 และ X อย่างเป็นทางการ จึงส่งผลให้คนไทยยังไม่ให้ความสนใจต่อ iPhone 8 และ iPhone X เท่าที่ควร ข่าวต้นฉบับ
  12. iOS ถือว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่ให้ความปลอดภัยมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง และมีฟีเจอร์ที่มีประโยชน์อยู่มากมาย รวมถึงฟีเจอร์ที่คุณอาจจะยังไม่รู้มาก่อนด้วย ลองมาดู 5 ฟีเจอร์ที่จะทำให้ iPhone ของคุณมีประโยชน์มากขึ้น กันครับ 5 ฟีเจอร์ที่จะทำให้ iPhone ของคุณมีประโยชน์มากขึ้น 1. ให้ Siri อ่านแทน Siri ถือเป็นผู้ช่วยที่ยอดเยี่ยมและมีความสำคัญเป็นอย่างมากใน iOS ทั้งให้ข้อมูลที่แม่นยำ ช่วยจดบันทึก เตือนความจำ ค้นหาเบอร์โทร และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมไปถึงการตั้งค่าเพิ่มความสามารถให้ Siri อ่านข้อความแทนคุณได้อีกด้วย โดยสามารถเข้าไปเปิดการตั้งค่าทั้ง 2 ฟีเจอร์ ได้แก่ Speak Selection (อ่านข้อมูลเฉพาะที่เลือก) และ Speak Screen (อ่านข้อมูลทั้งหน้าจอ) ได้ที่ Settings > General > Accessibility > Speech > Speak Selection ปรับเป็น On และ Speak Screen ปรับเป็น On นอกจากนี้คุณยังสามารถตั้งค่าให้ Siri อ่านข้อความไปด้วยและไฮไลต์ข้อความในเวลาเดียวกันได้อีกด้วย ตั้งค่าได้ที่ Highlight Content ปรับให้เป็น On เมื่อเปิดใช้งาน Speak Selection แล้ว เมื่อเลือกข้อความในหน้าจอจะมีปุ่ม Speak โผล่ขึ้นมาในแถบเมนู และเมื่อเปิดใช้งาน Speak Screen แล้ว เราสามารถใช้งานได้โดยการใช้ 2 นิ้ว แตะและรูดลงมาจากด้านบนของหน้าจอ เพื่อให้ Siri อ่านข้อความในหน้าจอทั้งหมด โดยจะมีแถบเมนูให้ปรับความเร็วในการพูดของ Siri และเลื่อนข้อความย้อนกลับหรือไปข้างหน้าได้ 2. แจ้งเตือนเมื่อถึงสถานที่สำคัญ แอป Reminders เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่มีความจำเป็นอย่างมากในการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งช่วยจดจำและแจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงเวลาที่สำคัญ และดียิ่งขึ้นไปอีกที่แอป Reminders สามารถใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ติดตามตำแหน่ง (Location-Based) ในระบบ iOS ได้ เช่น เมื่อคุณต้องการให้แจ้งเตือนให้โทรหาแม่เมื่อเดินทางกลับมาถึงบ้าน เพียงคุณพูดสั่งการ Siri ด้วยคำว่า “เตือนฉันให้โทรหาเบอร์แม่เมื่อฉันอยู่ที่บ้าน” และเมื่อคุณเดินทางมาถึงบ้านแอป Reminders ก็จะแจ้งเตือนให้คุณได้ทราบในทันที โดยสามารถเข้าไปเปิดการตั้งค่าทั้ง 2 ที่ ได้แก่ Settings > Privacy > Location Services > Reminders > เลือกเป็น While Using the App และ Settings > Privacy > Location Services > System Services > Location-Based Alerts > ปรับเป็น On สำหรับการแจ้งเตือนที่ถูกต้อง จำเป็นต้องเข้าไปตั้งค่าที่อยู่ของตัวเองในแอป Contacts แล้วเท่านั้น โดยสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Contacts > My Card > Edit > add address ตั้งค่าที่อยู่ให้ถูกต้อง แล้วกด Done หมายเหตุ: สำหรับการประยุกต์ใช้กับสถานที่อื่นก็จำเป็นต้องเพิ่มที่อยู่ของสถานที่นั้นในแอป Contacts ด้วยเช่นกัน 3. การสั่นของ iPhone จะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ในระบบ iOS ของ Apple จะมีชุดรูปแบบของการสั่นของ iPhone อยู่ประมาณ 9 แบบ ซึ่งมันอาจยังไม่โดนใจสำหรับใครหลาย ๆ คนที่ต้องการระบบสั่นที่เป็นของตัวเอง เพื่อใช้สั่นเตือนข้อความเข้า, อีเมล, แจ้งเตือนต่าง ๆ หรือ AirDrop เป็นต้น โดยคุณสามารถกำหนดรูปแบบการสั่นของตัวเองได้ โดยสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings > Sounds & Haptics > Sounds and Vibration Patterns > เลือกส่วนที่ต้องการกำหนด เช่น Ringtone > Vibration > Create New Vibration นอกจากนั้น คุณยังสามารถตั้งค่ากำหนดการสั่นให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งภายใน Contacts ได้ โดยสามารถตั้งค่าได้ที่ Contacts > เลือกบุคคลที่ต้องการ > Edit > Ringtone หรือ Text Tone > Vibration > Create New Vibration หมายเหตุ: Ringtone ใช้เมื่อมีการโทรเข้า ส่วน Text Tone ใช้เมื่อมีข้อความเข้า 4. การเปิด Location สามารถบอกสถานที่ที่ไปบ่อยที่สุดได้ แน่นอนว่าหากคุณเปิด Location บริการติดตามตำแหน่งในอุปกรณ์ iOS นั้นย่อมมีประโยชน์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ช่วยติดตามตำแหน่ง iPhone เมื่อหล่นหาย, ช่วยค้นหาร้านกาแฟหรือโรงหนังที่อยู่ใกล้เคียง หรือบอกวิธีการเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้ง่าย ๆ ผ่านแอป Maps ใน iOS แต่สิ่งที่หนึ่งที่คุณอาจยังไม่ทราบ คือ Location ตัวติดตามตำแหน่งนั้น ยังสามารถบอกสถานที่ที่คุณไปบ่อยสุดได้อีกด้วย ในส่วนของการเปิดการตั้งค่าตัวติดตามตำแหน่งสถานที่ที่ไปบ่อยนั้น สามารถเข้าไปเปิดการตั้งค่าได้ที่ Settings > Privacy > Location Services > System Services > Frequent Locations > ปรับให้เป็น On เมื่อปรับการตั้งค่าแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปคุณจะสามารถเห็นสถานที่ที่คุณไปบ่อยที่สุดตามเมืองต่าง ๆ บนแอป Maps ใน iOS สามารถแตะที่สถานที่นั้น ๆ เพื่อดูเวลาที่คุณอยู่ในสถานที่นั้นนานเพียงใดได้ หมายเหตุ: สำหรับใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวก็สามารถกด Clear History เพื่อล้างประวัติเกี่ยวกับสถานที่ที่ไปบ่อยได้ 5. iPhone Storage หากคุณเป็นเจ้าของ iPhone ที่มีพื้นที่เพียง 32 GB ที่ยิ่งใช้ยิ่งน้อยจนไม่เพียงพอ ฟีเจอร์ iPhone Storage อาจตอบโจทย์ และใน iOS 11 ฟีเจอร์ iPhone Storage ยังได้มีการปรับปรุงแถบแสดงสัดส่วนการใช้ข้อมูลในอุปกรณ์ว่า ข้อมูลประเภทใดใช้พื้นที่ในอุปกรณ์เป็นสัดส่วนเท่าไหร่? มีพื้นที่ว่างเท่าไหร่? โดยคุณสามารถเข้าไปดูแอปที่ใช้ข้อมูลเป็นจำนวนมากและลบแอป ได้ที่ Settings > General > iPhone Storage > เลือกแอปที่ต้องการลบ สำหรับ iOS 11 ยังมีอีกหนี่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจใน iPhone Storage คือ Offload Unused Apps ที่ใช้สำหรับลบแอปที่ไม่ได้ใช้เป็นเวลานานออกไปโดยอัตโนมัติ โดยที่ข้อมูล เอกสาร รูปภาพ หรือบันทึกเกมของแอปนั้น ๆ ไม่หายไป สามารถโหลดติดตั้งกลับมาใช้งานใหม่ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ โดยสามารถเปิดการตั้งค่าได้ในช่อง Offload Unused Apps และกด Enable ข้อแนะนำเพิ่มเติม: สำหรับแอปที่มีการอัปเดตหลายเวอร์ชันเป็นเวลานาน เช่น Facebook, Messenger, Line เป็นต้น จะมีเนื้อที่เก็บข้อมูลที่ไม่จำเป็นเยอะขึ้นตามเวอร์ชันที่อัปเดต คุณสามารถเข้าไปเลือกแอปในหน้า iPhone Storage เพื่อไปกดลบแบบ Offload App และกดติดตั้งกลับมาใหม่ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลที่ไม่จำเป็นได้โดยข้อมูลรูปภาพของคุณจะไม่หายแต่อย่างใด ศึกษา 4 วิธีตั้งค่าให้ iPhone มีพื้นที่การใช้งานเพิ่มขึ้นใน iOS 11 ได้ที่นี่ ที่มา – AppAdvice ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  13. ผู้ค้าปลีกในอินเดียเผย ยอดขายไอโฟน 8 และไอโฟน 8 พลัสในวันศุกร์ที่ผ่าน ซึ่งเป็นวันที่วางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในอินเดีย ทำได้แค่ 1 ใน 3 ของสินค้าที่สั่งมาสำหรับเตรียมจำหน่ายเท่านั้น พร้อมระบุว่านี่เป็นครั้งแรกที่ไอโฟนรุ่นเรือธงเจอปรากฏการณ์เช่นนี้ แม้จะเป็นสิ่งที่หลายคนคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะต้องเกิดขึ้น แต่เมื่อมันเกิดขึ้นจริง ๆ ก็ทำให้เกิดความผิดหวังตามมาได้เช่นกัน โดยที่ผ่านมา ไอโฟนจะเป็นสินค้าที่ขายหมดสต็อกได้อย่างรวดเร็ว เพียงหนึ่งชั่วโมงก็ต้องปิดการจำหน่ายแล้ว แต่สำหรับสถานการณ์ของไอโฟน 8 และไอโฟน 8 พลัสนั้นต่างออกไป โดยมีสินค้าเหลืออยู่ถึง 2 ใน 3 ของสินค้าที่สั่งมาเลยทีเดียว ผู้บริหารระดับสูงของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในอินเดียรายหนึ่ง (ไม่ประสงค์เปิดเผยนาม) กล่าวว่า ส่วนหนึ่งมาจากไอโฟนเท็น (iPhone X) ที่มีนวัตกรรมด้านการออกแบบและฟีเจอร์ต่าง ๆ เหนือกว่า ทำให้ผู้บริโภคมองข้ามไอโฟน 8 และไอโฟน 8 พลัสไปอย่างน่าเสียดาย "นี่เป็นการเปิดตัวที่แย่ที่สุดของไอโฟนรุ่นใหม่ในอินเดียเท่าที่เคยพบมา ไม่มีคนมาต่อคิวเหมือนปีก่อน ๆ ไม่มีความต้องการสำหรับสีพิเศษ จากที่ลูกค้าเคยเดินเข้ามา ตอนนี้พนักงานขายของเราต้องออกไปเรียกลูกค้าแทน" เจ้าของร้านตัวแทนจำหน่ายของแอปเปิลในอินเดียรายหนึ่งกล่าว นอกจากนี้ ยอดจองไอโฟน 8 และไอโฟน 8 พลัสในอินเดียยังพบว่ามีเพียงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับยอดจองของไอโฟน 7 และไอโฟน 7 พลัสเมื่อปีที่ผ่านมาด้วย ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ต่างจากในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ หรือจีนแผ่นดินใหญ่เลย โดยในปีนี้ มีคนที่แสดงตัวว่าซื้อไอโฟนรุ่นใหม่น้อยลง และต่างมุ่งไปรอไอโฟนเท็นกันเป็นส่วนใหญ่ มากไปกว่านั้น หากเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับไอโฟน 8 สิ่งที่ปรากฏตามมาก็คือ บทความประเภทที่ว่า "เพราะเหตุใดที่เราไม่ควรซื้อไอโฟน 8" (หรือก็คือให้รอไอโฟนเท็นกันเถอะ) อยู่เต็มไปหมดอีกด้วย ไอโฟนที่ไต้หวัน - ญี่ปุ่นมีรายงานเจอฝาเครื่องระเบิด อีกหนึ่งปัญหาน่ากังวลของแอปเปิลก็คือ มีรายงานว่า ผู้ใช้ไอโฟนในไต้หวันและญี่ปุ่นพบปัญหาเกี่ยวกับตัวเครื่อง โดยกรณีของไต้หวันนั้นเป็นไอโฟน 8 ที่มีอาการของกรอบฝาหลังของเครื่องแตกออก ซึ่งผู้ใช้งานระบุว่า อาการดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างชาร์จแบตเตอรี่โดยใช้สายชาร์จของแท้ของแอปเปิลที่มาในเครื่องด้วย ส่วนในญี่ปุ่นเป็นไอโฟน 8 พลัส นั้นระบุว่า โทรศัพท์ที่บรรจุมาในกล่องนั้นได้รับความเสียหาย โดยตัวเครื่องแยกออกจากกัน ด้านแอปเปิลได้เข้าทำการตรวจสอบทั้ง 2 เรื่องแล้ว แต่ไม่มีการให้ความเห็นใด ๆ ในขณะนี้ ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  14. หลายคนคงมีคำถามที่คิดแล้วคิดอีกในทุกๆ ปีว่าทำไมสมาร์ทโฟนในแต่ละแบรนด์ในระดับ High-End ถึงมีราคาที่ดูแพงและเอื้อมไม่ถึง โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนจากค่ายแอปเปิ้ล (Apple) อย่างไอโฟน (iPhone) ที่สาวกทุกคนคงจะมานั่งลุ้นราคาเปิดตัวกันแทบทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากเราลองมาวิเคราะห์และสังเกตกันดูดีๆ ก็จะพบว่าไอโฟนในแต่ละปีที่เปิดวางจำหน่ายมีราคาที่เหมาะสมและไม่ได้แพงไปกว่าเดิมมากจนเกินไป ซึ่งเราจะมาลองแยกเหตุผลบางประการที่ทำให้สมาร์ทโฟนจากค่ายนี้ดูมีราคาที่แพงเกินจริงกัน ดังนี้ 1. แอปเปิ้ลไม่ได้ใช้ลงทุนไปกับดีไซน์และนักวิศวกรของตัวเองเท่านั้น การที่จะผลิตการสมาร์ทโฟนเครื่องๆ หนึ่งนั้น นอกจากเรื่องดีไซน์และกำลังคนแล้ว ยังต้องดูถึงเรื่องฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ภายในเป็นหลักด้วย โดยเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าระบบปฏิบัติการ iOS ของแอปเปิ้ลนั้นเน้นเรื่องของความเสถียรและความละเอียดเป็นทุนเดิมมาตั้งแต่แรก และนั่นก็ต้องยิ่งทำการลงทุนพัฒนาให้ระบบฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ทำงานด้วยกันได้เป็นอย่างดีเพิ่มขึ้นไปอีก 2. ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลส่วนใหญ่จะเป็นระดับ High-End มาตั้งแต่แรก อย่างที่เราทราบกันดี แอปเปิ้ลมักจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนของตัวเอง (ไอโฟน) เพียงปีละครั้งเท่านั้น และแต่ละครั้งบริษัทจะวางแผนกลยุทธ์ของผลิตภัณฑ์ คือ ระดับ High-End หรือระดับท็อปสุดอยู่แล้วนั่นเอง ทำให้ส่งผลถึงราคาที่ต้องสูงตามไปด้วย ทั้งนี้ หากมองในมุมการตลาดด้านกลยุทธ์ราคา ( Price Strategy) แอปเปิ้ลจะมีผลิตภัณฑ์ที่ตั้งราคาตามคุณภาพ, ต้นทุน, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการยอมรับในราคาของลูกค้าที่มีความภักดีในตราสินค้า (Brand Loyalty) ของบริษัท 3. ราคาเปิดตัวไอโฟนในแต่ละปีมีราคาใกล้เคียงกันอยู่แล้ว นับตั้งแต่ที่โลกเข้าสู่ยุคสัญญาณอินเทอร์เน็ต 3G จนมาถึง 4G ในปัจจุบัน ราคาของไอโฟนที่รองรับทั้ง 2 คลื่นสัญญาณ (3G และ 4G) ก็จะมีราคาพุ่งสูงขึ้นตามเทคโนโลยีที่ดีขึ้น (ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ) โดยเราจะสรุปราคาตามข้อมูลด้านล่างนี้ จากราคาเปิดตัวไอโฟนรุ่นต่างๆ ข้างต้น โดยหากเรามองถึงรุ่นที่มีความจุของหน่วยความจำภายใน (ROM) ตั้งแต่ 16GB ขึ้นไป ซึ่งเป็นความจุขั้นต่ำในสมาร์ทโฟนปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าแอปเปิ้ลได้ตั้งแต่ราคาที่มีความใกล้เคียงกันมาตั้งแต่แรก และจากเหตุผลข้างต้นทั้งหมดนี้ สามารถสรุปได้อย่างสั้นๆ ง่ายๆ ก็คือ แอปเปิ้ลมีการวางแผนทางการตลาดที่เน้นสมาร์ทโฟนระดับ High-End หรือระดับท็อปตามภาพลักษณ์ของบริษัทจึงทำให้เกิดมูลค่าของผลิตภัณฑ์ที่สูงตามไปด้วยนั่นเอง ที่มา ไลน์ทูเดย์
  15. Apple เปิดตัว iPhone X เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมาฝั่งจีนไม่น้อยหน้าเปิดขาย Goophone i8 X หน้าตาเหมือนกันราคาต่ำกว่า 10 เท่า Goophone i8 X เลียนแบบ iPhone X ในเว็บไซต์ dhgate.com มีการเปิดขาย Goophone i8 X หน้าตาเหมือนกับ iPhone X ของ Apple โดยมีทั้งสีดำ และสีทอง Blush Gold จากข่าวลือ Goophone i8 X เป็น Smartphone สเปคต่ำมี RAM 1GB, ROM 8GB, หน้าจอ 5.5 นิ้ว, กล้องหลัง 2 ตัวแนวตั้ง (ใช้ได้ตัวเดียว 8MP), รองรับ 4G (ปลอม) มาพร้อมระบบ Andriod 7.0 (จริงๆ เป็น 5.0) เปิดขายในราคาประมาณ 104 ดอลลาร์หรือประมาณ 3,500 บาท iPhone X ของจริงยังไม่เปิดขาย ย้ำเตือนกันก่อนว่า iPhone X ของแท้จาก Apple ยังไม่เปิดขาย เพราะทาง Apple จะเปิด สั่งจองล่วงหน้าวันที่ 27 ต.ค. 2017 และเปิดขายวันที่ 3 พ.ย. 2017 ในกลุ่มประเทศแรก ดังนั้นหากใครเห็น Smartphone หน้าตาเหมือน iPhone X วางขายก่อนกำหนดการดังกล่าว แสดงว่าเป็นของปลอม! ที่มา ไลน์ทูเดย์
  16. เทคโนโลยี FaceID ของแอปเปิล (Apple) ในงานอีเว้นท์เปิดตัวไอโฟนเท็น (iPhone X) กลายเป็นเรื่องขึ้นมาจนได้ เมื่ออัล แฟรงเคน (Al Franken) วุฒิสมาชิกของสหรัฐอเมริกาออกมาตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นความเป็นส่วนตัวและประเด็นด้านซีเคียวริตี้ของผู้ใช้งานในอนาคตของสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าว โดยวุฒิสมาชิกได้มีการเขียนจดหมายส่งตรงถึงซีอีโอแอปเปิลอย่าง ทิม คุก (Tim Cook) ที่รวมประเด็นคำถามที่แสดงถึงความวิตกกังวลต่อการใช้เทคโนโลยีที่อาจล่วงละเมิดต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ไว้หลายข้อ โดยสิ่งหนึ่งที่วุฒิสมาชิก อัล แฟรงเคนสงสัยก็คือ การที่แอปเปิลได้มีการกล่าวถึงเรื่องนี้เอาไว้บนเวทีว่า ข้อมูลเกี่ยวกับใบหน้าของผู้ใช้งานจะถูกเก็บลงในตัวโทรศัพท์เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ทั้งแอปเปิล และบุคคลที่สามอาจสามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ทั้งสิ้น ผ่านการสื่อสารระยะไกล ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องการให้มีการเปิดเผยการทำงานแต่ละขั้น แต่ละตอน เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เทคโนโลยีเหล่านี้จะไม่ใช่การหลอกคนใช้ นอกจากนี้เขายังตั้งคำถามด้วยว่า แอปเปิลนำภาพคน 1 พันล้านคนมาเทรนอัลกอริธึมของ Face ID จากที่ไหน ซึ่งเหตุที่ถามเพราะเขาอยากมั่นใจว่า แอปเปิลจะไม่นำภาพใบหน้าของลูกค้ามาใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น โดยวุฒิสมาชิกคนดังกล่าวได้เขียนในเชิงประชดประชันด้วยว่า ทางที่ดี แอปเปิลควรขายเทคโนโลยีนี้ให้กับบริษัทอื่นไปเสีย หรือไม่ก็เตรียมตัวรอรับหมายศาลที่จะส่งมาเพื่อขอข้อมูลจากระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition System) อย่างมากมาย หรือมากไปกว่านั้น แอปเปิลยังต้องเตรียมการด้วยว่า แอปเปิลจะทำอย่างไรหากเจ้าหน้าที่ หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายขอข้อมูลของ FaceID เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั้งแอปเปิล กูเกิล หรืออีกหลาย ๆ บริษัทนั้นต่างเคยถูกรัฐบาลเรียกขอข้อมูลมามากมายหลายครั้ง โดยวุฒิสมาชิก อัล แฟรงเคนระบุไว้ว่า เขาหวังว่าจะได้รับการตอบกลับจากแอปเปิลภายในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ด้วย ที่มา ไลน์ทูเดย์
  17. ใครหนอช่างพยากรณ์ว่าสมาร์ทโฟนในวันหน้าจะราคาถูกลง เพราะสิ่งที่แอปเปิล (Apple) ทำในวันนี้ตอกย้ำว่าราคาของไอโฟนบางรุ่นกำลังทยานขึ้นอีก สมาร์ทโฟนหรูหราที่แอปเปิลเพิ่งเปิดตัวเมื่อวันอังคารที่ 12 ก.ย.อย่างไอโฟนเทน (iPhone X) ทำราคาเปิดตัวสูงกว่าไอโฟนรุ่นแรกเมื่อ 10 ปีก่อนถึง 2 เท่าตัว เป็นสัญญาณบอกว่ากลยุทธ์ราคาของตลาดสมาร์ทโฟนโลกในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลง เหตุที่ทำให้ iPhone X ถูกมองเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของกลยุทธ์ราคาในตลาดสมาร์ทโฟนโลก คือสมาร์ทโฟนที่โลกรอคอยรุ่นนี้ มีราคาจำหน่ายสูงกว่าสมาร์ทโฟนคู่แข่งทุกรุ่นในท้องตลาด แม้สิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่น่าแปลกใจเพราะแอปเปิลขึ้นชื่อเรื่องผู้นำด้านราคาอยู่แล้ว แต่การตัดสินใจยกระดับราคาขึ้นอีกนั้นสะท้อนความมั่นใจ ที่แบรนด์อื่นอาจจะต้องย้อนกลับมาดูตัวเอง ราคาไอโฟนรุ่นใหม่ที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าแอปเปิลกำลังเพิ่มความเข้มข้นในกลยุทธ์ราคา โดยวางเดิมพันด้วยการผลักดันราคาให้สูงขึ้นต่อไปทั้งที่การปรับปรุง หรือการเพิ่มคุณสมบัติใหม่อยู่ในอัตราส่วนระดับเดิม สิ่งที่เกิดขึ้นสวนทางกับราคาอุปกรณ์ไฮเทคอื่นที่มักลดลงเมื่อเวลาผ่านไป ทั้งที่แก็ดเจ็ตเหล่านี้ก็มีการพัฒนาให้ทำงานได้เร็วขึ้นและมีความสามารถใหม่อยู่เสมอ ไม่แค่ไอโฟน 12 ก.ย. ที่ผ่านมาแอปเปิลยังเปิดตัวกล่องทีวีสตรีมมิงที่ราคาขายสูงถึง 179 เหรียญ ราคานี้สูงกว่ากล่องทีวีสตรีมมิ่งทุกรายในท้องตลาด ยังมีสมาร์ทว็อตช์ที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ราคาเกือบ 400 เหรียญ ไม่พอ ในเดือนธ.ค.นี้ แอปเปิลมีคิววางจำหน่ายลำโพงเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตชื่อโฮมพ็อด (HomePod) ราคาจำหน่ายที่ประกาศออกมาคือ 349 เหรียญ ซึ่งเป็นราคาสูงกว่าลำโพงของแอมะซอน (Amazon Echo) ที่เป็นเจ้าตลาดอยู่ 2 เท่าตัว สำหรับโทรศัพท์มือถือรุ่นรอง แอปเปิลจัดการเพิ่มราคาให้ iPhone 8 และ 8 Plus มีค่าใช้จ่ายมากกว่าไอโฟนรุ่นก่อน iPhone 7 และ 7 Plus ราว 50 และ 30 เหรียญ (ตามลำดับ) *** จ่ายมาก ได้มากตาม? กลยุทธ์ตั้งราคาสินค้าให้สูงลิ่วเป็นเกมที่แอปเปิลเชื่อมั่นมานาน ว่าผู้บริโภคจะยอมเสียเงินมากกว่าเพื่อซื้อสินค้าที่ดีไซน์สวยและมีคุณภาพมากกว่า แต่กรณีล่าสุดนั้นมีประเด็นน่าสงสัย เพราะแม้ซีอีโอแอปเปิล 'ทิม คุก' (Tim Cook) จะให้เหตุผลว่า iPhone X คือไอโฟนที่มีพัฒนาการยิ่งใหญ่ที่สุด และพัฒนาการนี้มีค่ามากพอที่จะทำให้ iPhone X สามารถจำหน่ายในราคาที่สูงกว่ารุ่นแรกที่ผู้ก่อตั้งสตีฟ จ็อปส์ (Steve Jobs) เคยเปิดตัวในราคา 499 เหรียญ แต่เหตุผลนี้ฟังไม่ขึ้น เนื่องจากไอโฟนรุ่นแรกนั้นปฏิวัติวงการ ด้วยการนำคอมพิวเตอร์พกพามาผสมกับแอปพลิเคชันมาสู่มือผู้ใช้ทั่วโลกที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ซึ่งสำหรับ iPhone X คุณสมบัติที่มีล้วนเป็นคุณสมบัติที่มีในสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นแล้ว บนคำการันตีว่าประสิทธิภาพดีกว่าเท่านั้น จุดเด่นของ iPhone X มีทั้งดีไซน์แบบกระจกทั้งหมด มีหน้าจอเทคโนโลยีใหม่ OLED ที่แอปเปิลเรียกว่าซูเปอร์เรตินา (super retina) ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436 x 1125 พิกเซล แอปเปิลการันตีว่า OLED แสดงสีดำได้ดำสนิท มีอัตราส่วนคอนทราสต์ที่ 1,000,000 ต่อ 1 ยังมีชิปใน iPhone X ที่ถูกเรียกว่า A11 Bionic เป็น CPU แบบ 6 คอร์ ซึ่งประกอบด้วยคอร์ประมวลผลการทำงาน 2 คอร์ที่เร็วขึ้น 25% มีเซ็นเซอร์ใหม่ที่ตรวจจับการเคลื่อนไหวใบหน้าได้ ทำให้เพิ่มสีสันการใช้งานได้เช่น ภาพอิโมจิที่ยิ้มหรือขมวดคิ้วตามผู้ใช้ นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถถ่ายภาพบุคคลแบบเบลอพื้นหลัง สามารถเล่นเกมเสมือนจริง AR และระบบชาร์จไร้สาย ทั้งหมดนี้แอปเปิลการันตีว่ามีแบตเตอรี่อึดทนนานกว่า iPhone 7 ราว 2 ชั่วโมง คุณสมบัติเหล่านี้ล้วนธรรมดาในสายตาคู่แข่ง โดยเฉพาะตัวแรงอย่างซัมซุง (Samsung) ที่มีหน้าจอเทคโนโลยีใกล้เคียงกัน มีระบบวิเคราะห์ใบหน้า ระบบ AR และระบบชาร์จไร้สาย แต่จำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่า นั่นคือ 930 เหรียญสหรัฐ หรือราคาไทย 33,900 บาท *** จับตาแอปเปิลยิ่งโต แม้จะมีจุดน่าสงสัยขนาดไหน แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า iPhone X คือพระเอกที่จะทำให้แอปเปิลมีโอกาสนำเทคโนโลยี AR หรือ augmented reality มาสู่ผู้ใช้วงกว้าง AR เป็นการแสดงภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกทับภาพจริงสไตล์เกมฮิตโปเกมอนโก (Pokemon Go) แต่ถึงขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่า แอปพลิเคชันใดที่จะทำให้ AR กลายเป็นกระแสฮิตได้สำเร็จ จุดนี้ถือว่าแอปเปิลเป็นรายล่าสุดที่กระโดดเข้ามาอัดฉีด AR อย่างจริงจัง โดยบนเวที แอปเปิลสาธิตการใช้งานเทคโนโลยีสุดยอดกล้องใน iPhone X ด้วยระบบแอนิโมจิ (Animoji) ซึ่งทำให้ผู้ใช้ควบคุมให้การ์ตูนอิโมจิเคลื่อนไหวได้ด้วยกล้ามเนื้อบนใบหน้าก่อนจะส่งถึงเพื่อน ทั้งหมดนี้ นักวิเคราะห์การ์ทเนอร์รายหนึ่งบอกว่า การโชว์เทคโนโลยีใหม่ผ่านสิ่งที่ผู้ใช้สามารถใช้ได้ทุกวัน คือสิ่งที่แอปเปิลทำได้ดีกว่าคู่แข่ง กรณีเทคโนโลยี AR แอปพลิเคชันเสมือนจริงย่อมไม่ผูกติดกับ iPhone X เท่านั้น แต่จะรองรับไอโฟนหลายล้านเครื่องบนโลก ซึ่งกำลังจะได้ติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ iOS 11 หลังจากแอปเปิลอัปเดทฟรีในช่วงสัปดาห์หน้า นอกจากความฮือฮาในตลาดสมาร์ทโฟนแล้ว แอปเปิลยังเปิดตัวแอปเปิลทีวี โฟร์เค (Apple TV 4K) ใหม่ โดยรองรับทั้ง 4K และ High Dynamic Range (HDR) ทำให้ได้ภาพที่คมชัดมากขึ้น สามารถเป็นศูนย์กลางเพื่อควบคุมอุปกรณ์ภายในบ้าน (HomeKit) โดยทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมได้จากระยะไกล รวมถึงตั้งการควบคุมอัตโนมัติได้ เช่น เปิดไฟโดยอัตโนมัติเมื่อดวงอาทิตย์ตก ราคาเริ่มต้นของ Apple TV 4K อยู่ที่ 8,500 บาท สำหรับความจุ 32 GB และ 9,200 บาท สำหรับความจุ 64 GB สำหรับนาฬิกาอัจฉริยะใหม่ แอปเปิลวอทช์ซีรีส์ 3 (Apple Watch Series 3) นั้นมีความสามารถหลักคือมาพร้อมระบบเซลลูลาร์ในตัว ทำให้สามารถใช้งานโทรศัพท์ได้โดยไม่ต้องพึ่งไอโฟนอีกต่อไป รวมถึงรองรับบริการสตรีมมิ่งเพลงจากแอปเปิลมิวสิกได้โดยตรงด้วย การเพิ่มระบบเซลลูลาร์เข้ามานี้ ทำให้แอปเปิลวอทช์ซีรีส์ 3 สามารถโทร.เข้า-ออก และรับ-ส่งข้อความได้ในตัว นอกจากนั้น ยังสามารถทำงานร่วมกับ Siri ในด้านต่าง ๆ เช่น สั่งให้ Siri แจ้งเตือนนัดหมายสำคัญ, บอกทาง ฯลฯ ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสมาร์ทโฟนอีกต่อไป ซึ่งนั่นเท่ากับว่า เราสามารถวางสมาร์ทโฟน (ไอโฟน) ไว้ที่บ้าน แล้วออกจากบ้านมาพร้อมแอปเปิลวอทช์ซีรีส์ 3 ได้โดยลำพัง ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 11,900 บาท จุดนี้ทำให้ Apple Watch Series 1 ปรับราคาใหม่อยู่ที่ 8,900 บาท เหนืออื่นใด กลยุทธ์ราคาไม่ธรรมดาของแอปเปิลอาจทำให้คู่แข่งขอบคุณแอปเปิล เพราะราคาแสนโหดเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้ผู้ใช้ลังเลในการเลือกซื้อ จุดนี้นักวิเคราะห์เชื่อว่าการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากซัมซุง (Samsung) และหัวเว่ย (Huawei) จะเป็นแรงกดดันให้แอปเปิลไม่น้อย ขณะเดียวกันคู่แข่งเหล่านี้จะถือว่ามีโอกาสที่ดีในการสร้างตลาดใหม่ที่เรียกว่าซูเปอร์โฟน (super phone) เพื่อจำหน่ายสุดยอดสมาร์ทโฟนในราคาไม่ธรรมดาบ้าง “ซูเปอร์โฟน” เหล่านี้เองที่จะทำให้เราชาวออนไลน์กระเป๋าเบาไปด้วย. ที่มา ไลน์ทูเดย์
  18. iPhone X (ไอโฟน เท็น) สมาร์ทโฟนรุ่นที่ทันสมัยที่สุดของ Apple เปิดตัวฉลองครบรอบ 10 ปี iPhone รุ่นแรกเมื่อกลางดึกของวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 2017 ซึ่งนอกจากดีไซน์หน้าจอไร้ขอบและไร้ปุ่ม Home กล้องหลังคู่แนวตั้ง 12MP เทคโนโลยีกันสั่นคู่ Dual OIS แล้วยังมีฟีเจอร์อะไรใหม่ ๆ ที่ถูกแนะนำบนเวทีงาน Apple Event โดย Tim Cook, Craig Federighi และ Philip Schiller นั้นเรารวบรวมไว้ให้แล้วในเนื้อหาด้านล่าง Apple iPhone X : All the new features 1. กลับคืนสู่เริ่มต้น : การผสมผสานที่ลงตัวของโลหะและแก้ว Apple นำ iPhone X กลับไปสู่พื้นฐานการออกแบบอีกครั้งเช่นเดียวกับตอนที่เปิดตัว iPhone 4 เมื่อไม่กี่ปีก่อนโดยด้านหลังตัวเครื่องครอบทับด้วยกระจกขณะที่กรอบด้านข้างเป็นอลูมิเนียม ภายใต้กระจกมีตัวเครื่องที่ผ่านกระบวนการเคลือบสี 7 ชั้นเพื่อเน้นสีที่โดดเด่น ตัวกระจกยังได้รับการเสริมแรงจากเหล็กและทองแดงด้านในทำให้กระจกมีความทนทานมากที่สุดเท่าที่เคยมีบนสมาร์ทโฟน (อีกไม่นานน่าจะมีผลทดสอบ drop test ของมือถือมูลค่า $999 หรือประมาณ 33,080 บาทรุ่นนี้มาให้ชมกันในโลกออนไลน์) 2. การออกแบบ edge-to-edge ด้านหน้าทั้งหมดคือหน้าจอ iPhone X มีอัตราส่วนหน้าจอเทียบกับตัวเครื่อง 81.23% กลายเป็นผู้เล่นหน้าจอไร้ขอบที่ดีที่สุดเช่นเดียวกับ Note 8, LG V30, Essential Phone และ Xiaomi Mi MIX 2 แม้ว่า iPhone X จะมีขนาดหน้าจอ 5.8 นิ้ว แต่ตัวเครื่องกลับมีความกว้างและความสูงอยู่ระหว่างรุ่น iPhone 8 และiPhone 8 Plus และมีความหนามากกว่ารุ่น iPhone 8 Plus เพียงเล็กน้อยซึ่งต้องยกความดีความชอบส่วนนี้ให้กับทีมออกแบบของ Apple ปุ่ม Home ที่ขาดหายไปครั้งแรกในรอบ 10 ปีของ iPhone ได้ถูกแทนที่ด้วยเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ภายในซึ่งทำให้ iPhone X สามารถทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบและสามารถปลดล็อคตัวเครื่องด้วย Face ID หรือการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าของผู้ใช้งาน 3. กล้องที่ดีขึ้น iPhone X มาพร้อมกับกล้องหลังคู่ที่จัดวางในแนวตั้ง ประกอบด้วยเซ็นเซอร์ 12MP ขนาดใหญ่และเร็วกว่ากล้องรุ่นก่อน รับแสงได้ดีขึ้นและเก็บรายละเอียดบนจุดพิกเซลได้มากขึ้น มีระบบกันสั่นคู่ dual OIS บนกล้องเลนส์มุมกว้าง รูรับแสง f/1.9 และกล้องถ่ายไกล รูรับแสง f/4.4 โดยเป็นรุ่นที่สองต่อจาก Galaxy Note 8 ของ Samsung นอกจากนี้ยังมีส่วนประมวลผลภาพ (image signal processing : ISP) ที่ปรับปรุงใหม่ให้สามารถตรวจจับองค์ประกอบในฉากที่กำลังบันทึกภาพ รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K ที่ความเร็ว 60 เฟรม/วินาที และการบันทึกวิดีโอสโลว์โมชั่น FullHD 1080p ที่ความเร็ว 240 เฟรม/วินาที 4. โหมดการจัดแสงภาพถ่ายบุคคล Portrait Lighting โหมดการจัดแสงภาพถ่ายบุคคลนำอัลกอริธึมตรวจจับใบหน้าแบบรับรู้ความลึกบนชิปเซ็ต A11 Bionic มาใช้เพื่อตั้งค่าแสงบนใบหน้าโดยเลียนแบบการตั้งค่าแสงบนเวที แสง contour และอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย 5. เซลฟี่ในโหมดถ่ายภาพบุคคล โหมดถ่ายภาพเซลฟี่จากกล้องหน้า Facetime สามารถสร้างภาพถ่ายใบหน้าที่สวยงามพร้อมฉากหลังที่สามารถเบลอได้ดั่งใจ 6. Apple A11 Bionic ชิปเซ็ต A11 Bionic เป็นชิป 6-คอร์ที่นำมาขับเคลื่อน iPhone X ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย CPU 4-คอร์ที่เน้นประหยัดพลังงานซึ่งทำงานเร็วกว่า Apple A10 ถึง 70% และ CPU 2-คอร์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งทำงานเร็วกว่า Apple A10 บน iPhone 7 สูงสุดถึง 25% 7. Face ID การขาดหายไปของปุ่ม Home และ TouchID ถูกแทนที่ด้วยระบบไบโอเมตริกซ์ใหม่บน iPhone X โดย Face ID จะใช้ชุดเซ็นเซอร์ด้านหน้าตัวเครื่องเก็บรายละเอียดข้อมูลบนใบหน้ากว่า 30,000 จุด ซึ่ง Apple ยืนยันว่า Face ID มีความแม่นยำกว่า TouchID และสามารถใช้งานร่วมกับระบบชำระเงิน Apple Pay ได้ 8. จอภาพที่ดีกว่า Retina มันคือ Super Ratina จอภาพรุ่นใหม่บน iPhone X มีขนาด 5.8 นิ้ว เทคโนโลยี true-tone OLED display มีอัตรารีเฟรช 120Hz รองรับการแสดงผลสีช่วงกว้าง P3 color gamut แสดงสีดำได้ดำสนิท มีความสว่างสูงและมีอัตราส่วนคอนทราสต์ที่ 1,000,000 ต่อ 1 9. ลำโพงสเตอริโอที่ดังขึ้น iPhone X มีลำโพงสเตอริโอเช่นเดียวกับ iPhone 7 / 7 Plus ในปีที่แล้ว แต่มีความดังเพิ่มขึ้นถึง 25% 10. เทคโนโลยี AR ลูกเล่นใหม่ที่โดนใจใครหลายคน ในแพลตฟอร์ม iOS 11 จะมีการเพิ่มอีโมจิภาพเคลื่อนไหว "animoji" ซึ่งสามารถขยับและแสดงสีหน้าเลียนแบบใบหน้าของผู้ใช้งาน นอกจากนี้จะมีการเพิ่มแอพและเกมที่ใช้เทคโนโลยี AR เข้ามาใน App Store เป็นจำนวนมาก 11. Bluetooth 5.0 เทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลไร้สาย Bluetooth 5.0 บน iPhone X สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วและไกลกว่าอุปกรณ์ที่รองรับ Bluetooth 4.2 12. เทคโนโลยีชาร์จไร้สาย Qi Wireless charging iPhone X รองรับการชาร์จไร้สายผ่านเครื่องชาร์จเทคโนโลยี Qi นอกจากนี้ยังมีเครื่องชาร์จ Apple AirPower ที่สามารถชาร์จ iPhone, Apple Watch และ airPod พร้อมกันด้วยโดยจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงต้นปีหน้า 13. เทคโนโลยีชาร์จเร็ว Fast charging ผู้ใช้งาน iPhone X สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 50% ของความจุในเวลาประมาณ 30 นาทีด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็ว ที่มา ไลน์ทูเดย์
  19. แอปเปิลเปิดตัว ''iPhone 8 , iPhone 8 Plus'' กับ ''iPhone X'' หน้าจอไร้ขอบพร้อม FaceID สแกนใบหน้าเริ่มขาย3พ.ย.นี้ วันนี้( 13 ก.ย.60) นายทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอปเปิล อิงค์ เปิดตัวแอปเปิล วอทช์ ซี่รีส์ 3 นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะรุ่นใหม่เมื่อเวลา 24.00 น.ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวสินค้าครั้งแรกในพิธีเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ซึ่งคาดว่าจะเป็นสินค้าขายดีด้วยการออกแบบด้วยรูปลักษณ์ที่ยอดเยี่ยม iPhone X ตัวเครื่องนั้นเฟรมของเครื่องเป็นอลูมิเนียมขัดเงาแบบโค้งมน รับกับหน้าจอที่โค้งไร้ขอบอย่างสวยงาม ส่วนด้านหลังเป็นวัสดุกระจก นอกจากนี้ตัวเครื่องยังประกอบมาในมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นได้เหมือนกับใน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ Apple เปลี่ยนมาใช้หน้าจอแบบ OLED ครั้งแรก โดย Apple เรียกหน้าจอว่า “Super Retina Display” ที่มากับขนาดหน้าจอ 5.8 นิ้ว ที่ไร้ขอบเต็มพื้นที่ด้านหน้าของเครื่อง ความละเอียดหน้าจอ 2436 x 1125 พิกเซล ถือว่าเป็นหน้าจอที่มีความละเอียดมากที่สุดเท่าที่ Apple เคยใช้ใน iPhone iPhone X ได้เอาปุ่มโฮมที่มีมาตั้งแต่รุ่นแรกออกไป และเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานใหม่ ด้วยการกวาดนิ้วจากด้านล่างของจอขึ้นมา แทนการกดปุ่มโฮม และการเลื่อนค้างไว้ก็สามารถใช้แทนการเลือกแอพต่างๆ ที่เปิดไว้ ส่วนการเรียกใช้งาน Siri ก็เปลี่ยนไปใช้ด้วยปุ่ม Power ด้านข้างแทน ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยในเครื่องอย่าง TouchID ก็เปลี่ยมาเป็นเทคโนโลยียืนยันตัวบุคคลแบบใหม่ที่เรียกว่า Face ID ที่เป็นการสแกนใบหน้ามาใช้แทน และการสแกนใบหน้ามีการใช้เซนเซอร์หลายอย่างเข้าช่วยกันเพื่อให้สามารถเก็บรายละเอียดของใบหน้าได้อย่างแม่นยำ และสแกนใบหน้าของผู้ใช้ให้เป็นแบบ 3 มิติที่จดจำใบหน้าของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้า ทรงผม ใส่หมวก ใส่แว่น หรือแม้แต่ฝาแฝด ระบบ FaceID ก็ยังสามารถจำแนกตัวบุคคลได้อย่างแม่นยำ ด้านชิปประมวลผลใน iPhone X นั้นจะเป็นรุ่นใหม่ A11 Bionic เหมือนกับใน iPhone 8 และ 8 Plus ที่เป็นแบบ 6 แกน แยกกันทำงานในระดับประสิทธิ 2 แกน (เร็วกว่า A10 25%) และแบบ 4 แกน ในการทำงานทั่วไป (เร็วกว่า A10 ถึง 70%) โดยจะมีต่างก็ตรงมี Neural engine ที่เพิ่มขึ้นมาเพื่อช่วยประมวลผลในส่วนของประมวลผลใบหน้าของ FaceID ส่วนกล้องหลังจะเป็นแบบเดียวกับที่ใช้ใน iPhone 8 Plus เพียงแต่เปลี่ยนตำแหน่งการวางด้านหลังให้เป็นแนวตั้งแทน เพราะ iPhone X นั้นจะมีเซนเซอร์ต่างๆ เพิ่มเข้ามาด้านหน้ามากกว่าไอโฟน 8 นั่นเองทำให้วางกล้องแนวนอนไม่ได้ ความละเอียดของกล้องหลังอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล แฟลช LED ทรูโทน 4 ดวงให้ความสว่างเพิ่มขึ้น 2 เท่า แถมยังนำ AI ช่วยวิเคราะห์องค์ประกอบในภาพเพื่อให้คุณได้ภาพที่ดีที่สุด กล้องหน้ารองรับ portrait Mode /portrait Lighting เพราะมี dept sensor ที่ไอโฟน 8 ไม่มี ส่วนแบตเตอรี่เคลมว่าใช้งานนานขึ้น 2 ชั่วโมง และแน่นอนว่ารองรับการชาร์จไร้สาย ทั้งนี้ iPhone X มี 2 ขนาดคือ 64GB และ 256GB ราคาขายเริ่มต้นที่ 999 ดอลล่าร์หรือประมาณ 34,000 บาท จะเปิดให้สั่งจอง 27 ต.ต. เริ่มขาย 3 พ.ย.นี้ ด้าน iPhone 8 มีขนาด 64GB และ 256GB ราคาเริ่มที่ 699 ดอลลาร์ หรือประมาณ 24,465 บาท ส่วน iPhone 8 Plus มีขนาด 64GB และ 256GB เช่นกัน ราคาเริ่มที่ 799 ดอลลาร์ หรือประมาณ 27,965 บาท วางขาย 22 ก.ย.นี้ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  20. เมื่อวันที่ 11 ก.ย. บีบีซีรายงานว่า แอปเปิ้ล เปิดการสอบสวนกรณีมีข่าวรั่วไหลก่อนงานเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ในวันที่ 12 ก.ย.นี้ ที่สำนักงานในเมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา (เมืองไทย ตรงกับวันที่ 13 ก.ย.) ทั้งในส่วนข้อมูลรายละเอียดบางส่วนของไอโฟนรุ่นใหม่ ระบบปฏิบัติการไอโอเอส และฟีเจอร์หลายอย่างรั่วไหลออกไปสู่สังคมออนไลน์ เบื้องต้นคาดว่า ผู้ปล่อยข่าวเป็นพนักงานภายในของแอปเปิ้ล ต้องการจารกรรมข้อมูลเพื่อทำลายงานเปิดตัวที่กำลังจะมีขึ้น นักวิจารณ์ไอทีระบุว่านับเป็นการรั่วไหลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของแอปเปิ้ล แต่บางคน มองว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่าย และงานเปิดตัวของแอปเปิ้ล เพราะยังมีรายละเอียดอื่นอีกจำนวนมากที่แอปเปิ้ลหาแง่มุมมานำเสนอ รวมทั้งกระแสในแวดวงไอทีก็ให้ความสนใจไอโฟนอยู่แล้ว การสอบสวนเบื้องต้นพบว่า เว็บไซต์ 9to5Mac และ MacRumors ได้รับยูอาร์แอลจากบุคลากรภายในของแอปเปิ้ล ทำให้เข้าถึงไอโอเอสเวอร์ชั่นใหม่จากแอปเปิ้ลที่พัฒนาแล้วเสร็จและคาดว่าจะเปิดตัวพร้อมกันกับไอโฟนรุ่นใหม่ ไอโอเอสเวอร์ชั่นใหม่ระบุถึง “ไอโฟน เอ็กซ์” (iPhone X) ที่คาดการณ์กันว่าจะเป็นไอโฟนที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีของไอโฟน พร้อมกันกับไอโฟน 8 และ ไอโฟน 8 พลัส พร้อมฟีเจอร์ใหม่ อาทิ ระบบพิสูจน์อัตลักษณ์ด้วยใบหน้า (facial recognition) ที่จะมาแทนการกรอกไอดีกับรหัสผ่าน รวมทั้งแปลงเป็นอิโมจิ ที่แอปเปิ้ลเรียกว่า “อะนิโมจิ” ขณะใช้แอพพิลเคเชั่นสนทนา นายจอห์น กรูเบอร์ บล็อกเกอร์ชื่อดังในแวดวงผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ล ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่าไอโอเอสรุ่นใหม่นี้ดาวน์โหลดได้จากทุกคน (ที่ได้ยูอาร์แอล) โดยบุคคลภายในแอปเปิ้ลเป็นผู้ลักลอบมอบยูอาร์แอลดังกล่าวให้กับเว็บไซต์ 9to5Mac และ MacRumors ตนไม่คิดว่าเป็นความผิดพลาด แต่เป็นเจตนาร้ายต่อองค์กรของแอปเปิ้ล “หลายสิ่งที่แอปเปิ้ลต้องการเก็บไว้เป็นเซอร์ไพรส์ภายในงานเปิดตัวถูกนำมาเปิดเผยไปเสียแล้ว” นายกรูเบอร์ กล่าว บีบีซี ระบุว่า จากการตรวจสอบของบีบีซีพบว่าบุคคลดังกล่าวที่มอบยูอาร์แอลของไอโอเอส 11 ฉบับสมบูรณ์ หรือโกลด์ มาสเตอร์ (GM) ให้กับเว็บทั้งสองแห่ง พบว่าใช้คอมพิวเตอร์เครื่องที่อยู่ภายในบริษัทของแอปเปิ้ล ส่วนแอปเปิ้ลยังไม่มีความเห็นต่อเรื่องที่เกิดขึ้น จากลิงค์ของไอโอเอส 11 (GM) ที่รั่วไหลออกมานั้น พบว่า ยืนยันข้อมูลหลายอย่างและฟังก์ชั่นใหม่ๆ อาทิ การกล่าวถึงไอโฟน เอ็กซ์ แอปเปิ้ล ว็อตช์รุ่นใหม่ และแอร์พ็อดรุ่นใหม่ ฟังก์ชั่นเฟซ ไอดี (สแกนใบหน้า) ซึ่งจะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับใช้แทนทัชไอดี (สแกนลายนิ้วมือ) รวมไปถึงอะนิโมจิ ซึ่งเป็นอิโมจิแบบใหม่แปรผันตามอารมณ์บนใบหน้าผู้ใช้ นายเบน วู้ด นักวิเคราะห์จากซีซีเอส อินไซด์ มองว่า ข่าวรั่วไหลดังกล่าวทำให้งานเปิดตัวที่กำลังจะมาถึงอาจลดความน่าสนใจลงไปบ้าง แต่ตนรับรองได้ว่าแอปเปิ้ลจะพยายามค้นหาตัวบุคคลนี้อย่างถึงที่สุด และบุคคลนี้จะต้องถูกลงโทษอย่างไร้ความเมตตาอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ในแง่ของยอดจำหน่าย ตนคิดว่าจะไม่ส่งผลกระทบ “ถ้าเป็นแบรนด์อื่นๆ ลักษณะการรั่วไหลแบบนี้อาจส่งผลกระทบแน่นอนต่อยอดจำหน่ายในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ แต่สำหรับแอปเปิ้ลนั้นถือว่ามีความพิเศษ เพราะไอโฟนนั้นมีความต้องการจากตลาดสูงมาก และมีผู้นิยมไอโฟนอย่างมหาศาล เพียงรายละเอียดเพียงเล็กๆ น้อยๆ ที่รั่วออกมานั้นไม่ได้มีผลทำให้บุคคลเหล่านี้มีความต้องการซื้อน้อยลง” นายวู้ดกล่าว ที่มา ไลน์ทูเดย์
  21. ขณะที่สื่อจากอเมริกาพยายามหาข่าวเกี่ยวกับ iPhone ที่จะเปิดตัวในอนาคตอย่างขมักเขม้น คนงานจากจีนกลับเป็นผู้ที่รู้ข้อมูลอุปกรณ์เหล่านี้ในหลายๆ เรื่อง และจากการพูดคุยกับ Dejian Zeng ผู้ที่เคยทำงานให้โรงงานผลิตชิ้นส่วนของ iPhone เป็นเวลา 6 สัปดาห์ทำให้เราทราบว่า โรงงานใช้วิธีการอะไรเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลเมื่อคนงานถูกเปลี่ยนมาทำงานเกี่ยวกับ iPhone 7 นี่คือเนื้อหาในคลิปวิดีโอครับ “มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่คนงานจะสามารถแอบถ่ายรูปหรือแม้แต่โขมยชิ้นส่วนบางอย่างออกมาจากโรงงาน” “เราต่างรู้ดีว่า iPhone นั้นได้รับความนิยมมากขนาดไหนที่ประเทศจีน” “โดยทั่วไป เมื่อเริ่มทำงานเกี่ยวกับ iPhone 7 คนงานก็จะคิดว่ามันเจ๋งมาก ที่เขาสามารถเห็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก่อนที่จะมีการเปิดตัว” “ตอนที่เราทำงานกับ iPhone 6s อยู่นั้น ก็เริ่มมีการสร้างสายการผลิต iPhone 7 แล้ว และพวกเขาได้เอาม่านขนาดใหญ่มากั้นเอาไว้ ทำให้เราไม่สามารถเห็นอะไรได้เลย ฉะนั้นแม้เราจะทำงานอยู่ในที่เดียวกัน แต่เราก็ไม่สามารถเห็นอะไรเลย” “หลังจาก iPhone 6s เราถูกย้ายไปทำงานที่โรงงานอีกแห่งหนึ่ง เพราะพวกเขาต้องเปลี่ยนสายการผลิตของเราให้รองรับการผลิต iPhone รุ่นใหม่ที่จะมาถึง” “หลังจากทำงานที่โรงงานอีกแห่งหนึ่งสักพัก เราก็กลับมาที่โรงงานเดิม โดยสังเกตเห็นถึงสายการผลิตใหม่สำหรับ iPhone 7” “เรามีตู้ล็อกเกอร์ สำหรับให้คนงานเปลี่ยนเสื้อผ้า เก็บมือถือ กุญแจ และโลหะต่างๆ เราต้องรูดบัตรพร้อมสแกนใบหน้าก่อนที่จะเข้าไปได้ ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้วจะต้องต่อแถวเพื่อเข้าเครื่องตรวจจับโลหะ และนี่คือกระบวนการที่เกิดขึ้นขณะผมกำลังผลิต iPhone 6s” “เมื่อผมผลิต iPhone 7 การป้องกันของพวกเขานั้นยิ่งเข้มงวดยิ่งขึ้นไปอีก มีเครื่องตรวจจับโลหะถึงสองเครื่อง และพวกเขายังเพิ่มความละเอียดในการตรวจจับอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ผู้หญิงบางคนใส่ชุดชั้นในที่เป็นโครงโลหะ พวกเธอจะไม่สามารถผ่านประตูรักษาความปลอดภัยได้เลย และต้องกลับไปเปลี่ยนชุดชั้นในใหม่ก่อน” “ภายในโรงงาน โลหะทุกชนิดจะไม่ได้รับอนุมัติให้นำเข้ามา ผมจึงคิดว่าไม่มีทางมีใครนำกล้องเข้ามาแอบถ่ายได้โดยเด็ดขาด มีเพียงผู้จัดการระดับสูงเท่านั้น ที่ได้รับการอนุญาตให้นำมือถือเข้ามาในโรงงานได้ ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่า รูปที่หลุดออกมาจะเป็นเพราะเหตุนี้หรือไม่” “ทุกครั้งที่พวกผู้จัดการต้องผ่านเครื่องตรวจจับ หน่วยรักษาความปลอดภัยจะต้องเช็คหน้าจอมือถือก่อนเสมอ เพราะอาจจะเคยเกิดเหตุการณ์ที่มีคนแอบนำ iPhone ที่ผลิตออกมา โดยใส่เคสปลอมแล้วนำออกจากโรงงาน” “ในวันแรกของการทำงาน พนักงานหลายคนสามารถรู้เลยว่า มันจะไม่มีรูสำหรับหูฟัง และเราก็เห็นอีกว่ามันมาพร้อมกล้อง 2 ตัว และนี่คือสิ่งที่เราเห็น จำได้ และสามารถให้สัมภาษณ์กับสื่อได้ในภายหลัง” “ตลอดสายการผลิตจะมีกล้องวงจรอยู่ และในการฝึกพวกเขาจะบอกเราว่า มีพนักงานที่พยายามลักลอบนำ iPhone ออกไป ซึ่งเมื่อโดนจับได้ พวกเขาจะถูกส่งให้ตำรวจ นอกจากนี้ Apple จะมีการมาเช็คโรงงานเป็นประจำ ทุกๆ ครั้งผู้จัดการโรงงานจะมีท่าทีตื่นเต้นและกระวนกระวายเสมอ พวกเขาจะบอกให้เราทำตามกระบวนการทุกอย่าง และเมื่อเริ่มต้นกระบวนการผลิต iPhone 7 เราจะเห็นพนักงานจาก Apple ได้ในทุกๆ วัน” แต่ดูเหมือนว่าเรื่องที่ Dejian Zeng เล่ามา จะขัดกับบรรดาข่าวลือของ iPhone 8 ที่ออกมาเหลือเกินนะครับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  22. Apple ยืนยันจัดงานเปิดตัวสินค้าใหม่ Apple Special Event September 2017 ในวันที่ 12 ก.ย. 2017 นี้ เรามาชมกันว่าสิ่งที่คาดว่าจะเจอในงานนี้ว่ามีอะไรบ้าง Apple Special Event September 2017 สำหรับงานเปิดตัวสินค้าใหม่ประจำปี 2017 หรือ Apple Special Event 2017 นั้น จะจัดขึ้นในคืนวันที่ 12 ก.ย. 2017 เที่ยงคืนตามเวลาบ้านเรา โดยในปีนี้ Apple เลือกจัดงานเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ Steve Jobs Theater ใน Apple Park สำนักงานแห่งใหม่ของ Apple สิ่งที่คาดว่าจะพบในงาน Apple Special Event 2017 ปีนี้มีสิ่งพิเศษที่คาดว่าจะทำให้เราได้ Wow อยู่หลายตัว มาชมข้อมูลและไฮไลท์สำคัญของสิ่งที่คาดว่าจะพบในงาน Apple Special Event 2017 คืนวันที่ 12 ก.ย. 2017 นี้ iPhone X พระเอกของงานต้องหนีไม่พ้น iPhone X หรือ iPhone รุ่นฉลองครบรอบ 10 ปี iPhone แน่นอน โดยไฮไลท์หลักๆ ที่เราอาจได้เจอในวันงานนั้น ได้แก่ ไฮไลท์ iPhone X ตัวเครื่องใช้วัสดุกระจก มีกรอบสแตนเลสออกแบบคล้ายกับ iPhone 4 หน้าจอ OLED เต็มขอบไม่มีปุ่ม Home มีการเว้น “รอยบาก” ไว้ด้านบนของจอ ไม่มีปุ่ม Home ไม่มี Touch ID เปลี่ยนมาใช้การสแกนใบหน้า Face ID แทน เซ็นเซอร์ 3 มิติใช้สำหรับ Face ID, ถ่ายภาพมีมิติขึ้น และรองรับ AR กล้องหลัง 2 ตัวแนวตั้ง, กล้องหน้าถ่ายวิดีโอ 4K, HDR ดีขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพ Portrait Mode ของกล้องหลัง ชิพ A11 แรงที่สุด รองรับชาร์จไร้สายผ่านแท่นชาร์จ (Wireless Charger) เหมือน Apple Watch มาพร้อมกับ iOS 11 ชมสรุปทุกสิ่งเกี่ยวกับ iPhone X ก่อนเปิดตัว iPhone 8, iPhone 8 Plus ปีนี้น่าสนใจว่า Apple เลือกเปิดตัว iPhone ถึง 3 รุ่น โดย 2 รุ่นหลักนั้นจะเป็น iPhone 8, iPhone 8 Plus ที่มีการออกแบบคล้ายกับ iPhone 7, iPhone 7 Plus และด้วยเหตุผลการเปลี่ยนวัสดุและสเปคหลายจุดทำให้ Apple เลือกใช้ชื่อรุ่นว่า iPhone 8, iPhone 8 Plus มากกว่า ไฮไลท์ iPhone 8, iPhone 8 Plus ตัวเครื่องออกแบบเหมือน iPhone 7, iPhone 7 Plus แต่เปลี่ยนไปใช้วัสดุกระจกเพื่อรองรับชาร์จไร้สาย รองรับชาร์จไร้สายผ่านแท่นชาร์จ (Wireless Charger) เหมือน Apple Watch ชิพ A11 แรงที่สุด มาพร้อมกับ iOS 11 รองรับ AR ชมสรุปทุกสิ่งเกี่ยวกับ iPhone 8, iPhone 8 Plus ก่อนเปิดตัว AirPods 2 ไม่มีข่าวลือมาก่อนหน้าเลยก่อนถึงเดือน ก.ย. 2017 นี้ที่มีการพบข้อมูลรูปภาพ Animation ของหูฟัง AirPods รุ่นใหม่ คาดกันว่าปีนี้ Apple อาจจะเปิดตัวหูฟัง AirPods รุ่นใหม่ที่มีการอัปเดตสเปคและฟีเจอร์ ไฮไลท์ AirPods 2 กล่องชาร์จไฟแสดงสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ที่ด้านหน้ากล่อง ชิพ W2 อาจมีสีใหม่ ชมสรุปทุกสิ่งเกี่ยวกับ AirPods 2 ก่อนเปิดตัว Apple Watch Series 3 ลือกันมานานแล้วว่า Apple อาจเปิดตัว Apple Watch รุ่นใหม่ คาดว่าใช้ชื่อ Apple Watch Series 3 โดยรุ่นนี้มีการพูดถึงกันหลายประเด็นไม่ว่าจะเป็น Apple Watch Series 3 รุ่นใหม่ที่เชื่อมต่อ Cellular ได้ ไฮไลท์ Apple Watch Series 3 Apple Watch Seires 3 รุ่น LTE สามารถเชื่อมต่อ Cellular ได้ในตัว โดยไม่ต้องเชื่อมต่อต่อผ่าน iPhone Apple Watch Seires 3 รุ่น LTE สามารถโทรออกได้ (อาจใช้เบอร์โทรเดียวกับ iPhone) เพิ่ม Face (หน้าปัด) แบบใหม่หลายแบบ ปรับปรุงประสิทธิภาพแบตเตอรี่ให้ใช้ยาวนานขึ้น มาพร้อมกับ watchOS 4 Apple Watch Seires 3 ตัวเรือนอะลูมิเนียมมีสีทอง Blush Gold เป็นสีใหม่ Apple Watch Edition 2 ตัวเรือนเซรามิกมีสีเทา Gray เป็นสีใหม่ ชมสรุปทุกสิ่งเกี่ยวกับ Apple Watch Series 3 ก่อนเปิดตัว Apple TV 4K ข้อมูล Apple TV รุ่นใหม่ถูกพบใน HomePod Firmware ที่หลุดออกมา โดยข้อมูลเผยให้เราเห็นว่า Apple TV จะสามารถแสดงผลวิดีโอได้ความละเอียดสูงมาก เนื่องจากอุปกรณ์บันทึกวิดีโอส่วนใหญ่ในตอนนี้รองรับการบันทึกวิดีโอได้ในความละเอียดสูง ไฮไลท์ Apple TV 4K รองรับการแสดงวิดีโอความละเอียด 4K รองรับการแสดงวิดีโอแบบ HDR, HDR10, Dolby Vision ปรับปรุงสเปคภายในอย่าง RAM, CPU ให้เพียงพอต่อการแสดงผลความละเอียดที่สูงขึ้น iOS 11 และ OS ใหม่ๆ เป็นประจำทุกปีอยู่แล้วที่ Apple จะปล่อยอัปเดตระบบปฏิบัติการ (OS) ใหม่ๆ ให้ผู้ใช้อัปเดตกัน โดยในปีนี้ไฮไลท์จะอยู่ที่ iOS 11 สำหรับ iPhone, iPad ที่ถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้จำเพาะของแต่ละอุปกรณ์ มี OS อะไรใหม่ๆ ปล่อยอัปเดตบ้าง iOS 11 watchOS 4 tvOS 11 macOS Sierra ชมทุกสิ่งเกี่ยวกับ iOS 11 One more thing.. ไม่แน่ว่า Apple อาจซ่อนอะไรบางอย่างไว้ให้เรา Wow กันในงานก็เป็นได้ พบกันคืนวันที่ 12 ก.ย. 2017 นี้เวลา 23.30 น. เวลาเริ่มงาน ทาง Apple จะเริ่มถ่ายทอดสดตอนเที่ยงคืนของคืนวันที่ 12 ก.ย. 2017 ส่วนทีมงาน iPhoneMod จะ Live สดผ่าน Facebook เริ่ม 23.30 น. เป็นต้นไป Liveblog – งานเปิดตัว iPhone X, Apple Watch 3 และ Apple TV 5 ที่มา iPhoneMod
  23. Scotty Allen วิศวกรชาวอเมริกัน นักธุรกิจ และแฮกเกอร์ ลงมือดัดแปลง iPhone 7 ใหม่ให้มีช่องเสียบหูฟังขึ้นมาเพิ่มเติมจากที่มีเพียงช่อง Lightning เท่านั้น Allen ได้ประสบกับความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในระหว่างทำโปรเจคนี้ โดยใช่ iPhone 7 ไปทั้งหมด 3 เครื่องด้วยกัน และยังมีอะไหล่อย่างหน้าจอ และชิ้นส่วนเล็กๆ น้อยๆ อีกมากมายกับโปรเจคนี้ วิดีโอที่อยู่ด้านล่างนี้จะเป็นกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบกับโปรเจคทำช่องเสียบหูฟังบน iPhone 7 ของ Scotty Allen จะเป็นอย่างไร ไปชมกันครับ ที่มา
  24. ก่อนหน้านี้ บริษัทหัวเว่ย (Huawei) ได้เคยออกมากล่าวอ้างว่าตนเองนั้นสามารถเอาชนะแอปเปิล (Apple) ในด้านยอดขายได้แล้วเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2016 แต่มาถึงนาทีนี้ ชื่อของหัวเว่ยน่าจะได้รับการจัดอันดับเป็นที่สองของโลกโดย Counterpoint บริษัทวิจัยยักษ์ใหญ่แล้วเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม การขึ้นนำแอปเปิลในครั้งนี้ของหัวเว่ย Counterpoint เผยว่ายังมีส่วนต่างที่น้อยมาก ๆ อีกทั้งในวันที่ 12 กันยายนก็จะมีการเปิดตัวไอโฟนรุ่นล่าสุดของแอปเปิลเกิดขึ้นด้วย จึงทำให้เกิดการรั้ง ๆ รอ ๆ ไม่ออกมาเปิดเผยตัวเลขนั่นเอง สำหรับสาเหตุของการขึ้นนำนั้น นักวิเคราะห์ต่างมองว่า เป็นเพราะช่วงไตรมาสที่สองของปีนั้น เป็นช่วงที่แอปเปิลมียอดขายต่ำสุด เนื่องจากแฟน ๆ ส่วนมากต่างเก็บเงินไว้รอซื้อไอโฟนตัวใหม่ที่จะเปิดตัวในช่วงเดือนกันยายนมากกว่า กระนั้น สภาพตลาดในขณะนี้ ก็ดูจะเป็นใจให้กับหัวเว่ยไม่น้อย เพราะทิศทางของแอปเปิลนั้นแม้จะมียอดขายที่สูงมากแต่ก็มีอัตราการเติบโตที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนหัวเว่ยนั้นตรงกันข้ามเพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ หัวเว่ยมียอดขายเพิ่มสูงขึ้นมาโดยตลอด อีกทั้งบริษัทยังตั้งเป้าจะเป็นผู้ขายสมาร์ทโฟนในลำดับท็อปของโลกภายใน 4 - 5 ปีด้วย โดยในตอนนี้ 3 อันดับผู้นำในตารางเป็นการแข่งขันกันระหว่างแบรนด์จากเกาหลี - จีน และสหรัฐอเมริกา แต่นักวิเคราะห์จาก AndroidAuthority มองว่า จุดด้อยเพียงอย่างเดียวของหัวเว่ยคือการขาดโปรดักซ์ที่แข็งแกร่ง โดยมองว่า Mate 10 นั้นยังไม่แกร่งพอที่จะสู้กับคู่แข่งได้ ต่างจากแอปเปิลที่มีไอโฟน และซัมซุงที่มีสมาร์ทโฟนตระกูล S นั่นเอง ปัญหาหลักของหัวเว่ยอีกประการหนึ่งคือยังยึดโยงอยู่กับตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ยุโรป และละตินอเมริกา แต่ตลาดสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจและควรเข้าไปสำหรับหัวเว่ยในตอนนี้คือ อินเดียและสหรัฐอเมริกามากกว่า ซึ่งในจุดนี้ หัวเว่ยได้มีความพยายามออกมาแล้ว โดยประกาศว่าได้จับมือกับ AT&T ในการวางจำหน่าย Mate 10 ในสหรัฐอเมริกา และจะเริ่มอย่างเป็นทางการในต้นปีหน้า ข่าวต้นฉบับ
  25. ล่าสุดได้มีภาพหลุดมาจาก แฟนเพจ ePrice ซึ่งเป็นเพจเว็ปขายสินค้าอุปกรณ์ไอที ในใต้หวัน ได้เผยแพร่ภาพร้านมือถือที่ติดโปสเตอร์ ของ iPhone 8 รวมถึงมีการระบุราคาทุกรุ่นอย่างละเอียดด้วย จากที่ Apple ประกาศเปิดตัวiPhone รุ่นใหม่ประจำปี 2017 ทั้ง 3 รุ่น ในวันที่ 12 กันยายนนี้ ล่าสุดได้มีภาพหลุดมาจาก แฟนเพจ ePrice ซึ่งเป็นเพจเว็ปขายสินค้าอุปกรณ์ไอที ในใต้หวัน ได้เผยแพร่ภาพร้านมือถือที่ติดโปสเตอร์ ของ iPhone 8 รวมถึงมีการระบุราคาทุกรุ่นอย่างละเอียดด้วย โดยรายละเอียดของราคานั้น ราคา iPhone 7s หรือ iPhone 8 32GB ราคา 5,388 หยวน หรือประมาณ 27,300 บาท 128GB ราคา 6,188 หยวน หรือประมาณ 31,350 บาท 256GB ราคา 6,988 หยวน หรือประมาณ 35,400 บาท ราคา iPhone 7s Plus หรือ iPhone 8 Plus 32GB ราคา 6,388 หยวน หรือประมาณ 32,360 บาท 128GB ราคา 7,188 หยวน หรือประมาณ 36,420 บาท 256GB ราคา 7,988 หยวน หรือประมาณ 40,470 บาท ราคา iPhone X หรือ iPhone Edition 128GB ราคา 8,188 หยวน หรือประมาณ 41,480 บาท 256GB ราคา 8,988 หยวน หรือประมาณ 45,530 บาท แต่อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตจะเห็นว่าเอกสารยังคงระบุถึง iPhone 7s และ 7s Plus ซึ่งล่าสุด มีข่าวว่าทาง Apple นั้น จะใช้ชื่อ iPhone 8 และ 8 Plus แทนแล้ว ต้องรอติดตามกันต่อไปว่าจะมาในราคานี้จริงหรือไม่ ข่าวต้นฉบับ
×