Jump to content
aeize.com 4.3.6

Search the Community

Showing results for tags 'iphone x'.



More search options

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Content Type


Forums

  • aeize.com
    • ประกาศจากเว็บ aeize.com
    • แนะนำ ติชม และแจ้งปัญหาการใช้งานเว็บ
  • Trends
    • ข่าวเด่น ประเด็นร้อน
    • แอปพลิเคชัน และ เกม บนสมาร์ทโฟน
    • คลิป หนังดี ละครฮิต ซีรีย์แซ่บ
    • นิยาย & การ์ตูน น่าอ่าน
    • นานาสาระ เรื่องน่ารู้
  • Community
    • พูดคุยเรื่องทั่วไป สัพเพเหระ
    • รู้ที่เที่ยว เที่ยวทั่วไทย
    • เกม ออฟไลน์ ออนไลน์ คอมพิวเตอร์ พีซี
    • ทิป-ทริค เทคนิคทำเว็บ เขียนโค้ด
    • โปรแกรม ซอฟต์แวร์ คอมพิวเตอร์
  • IPS Community Suite 4's Topics

Find results in...

Find results that contain...


Date Created

  • Start

    End


Last Updated

  • Start

    End


Filter by number of...

Joined

  • Start

    End


Group


Found 12 results

  1. Beartai.com รายงานใหม่ล่าสุดจาก Nikkei เผยว่า Apple ได้สั่งลดกระบวนการผลิต iPhone X ลงถึงครึ่งหนึ่ง ซึ่งทำให้ Samsung เหลือชิ้นส่วนหน้าจอ OLED เยอะมากตามข่าวก่อนหน้านี้จนต้องหาทางขายให้ผู้ผลิตรายอื่นแทน Apple ถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ของ Samsung ในการจ้างผลิตหน้าจอ OLED แต่ดันเกิดปัญหาเมื่อ Apple สั่งลดกระบวนการผลิต iPhone X ลงทำให้ Samsung เหลือหน้าจอ OLED ในสต็อกเยอะมาก ครั้นจะขายให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่นก็ลำบากเนื่องจากราคาของ OLED นั้นสูง ผู้ผลิตรายอื่นจึงเลือกใช้ LCD เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ Samsung ยังประสบปัญหาต้องแข่งขันกับผู้ผลิตหน้าจอ OLED จากประเทศจีนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสร้างความกดดันให้ Samsung จนบริษัทอาจต้องลดราคา OLED ลงในอนาคตด้วย อ้างอิง ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  2. iPhonemod การรอคอยสิ้นสุดลงเมื่อวันนี้ LINE ได้ปล่อยเวอร์ชัน 7.17.0 ออกมาพร้อมทำให้รองรับกับ iPhone X เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้งานสามารถอัปเดตได้ผ่านทาง App Store LINE 7.17.0 อัปเดตรองรับการใช้งานกับ iPhone X แล้ว รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมในเวอร์ชันนี้ รองรับ iPhone X สมบูรณ์ เพิ่มสติกเกอร์และอีโมจิลงในรูปได้ ถ่ายภาพ gif ได้ live-video ในห้องแชทได้ดีขึ้น ผู้ชม live-video สามารถส่งเอฟเฟกต์ให้ปรากฎบนวิดีโอได้ ผู้ทำ live-video สามารถดูได้ว่าใครกำลังดูวิดีโออยู่ ส่งคำอวยพรวันเกิดไปที่ timeline ของเพื่อนได้ อัปเดตได้แล้ววันนี้ที่ App Store ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  3. Beartai.com ก่อนหน้านี้มีแฮกเกอร์ โปรแกรมเมอร์หลายคน ได้ทดลองนำ Windows รุ่นเก่าๆ ไปติดตั้งลงบนอุปกรณ์ต่างๆ แล้ว แต่ส่วนใหญ่เป็นเพียงแค่การติดตั้งโชว์เฉยๆ ไม่สามารถใช้ประโยชน์จริงได้สักเท่าไหร่ แต่เนื่องจาก iPhone X ถือว่าเป็น Smartphone ที่มีสเปคค่อนข้างสูง จึงมีคนได้ทดลองนำ Emulator ชื่อ “PowerDOS” มาติดตั้งบน iPhone X และติดตั้ง Windows 95 สำเร็จ และสามารถใช้งานได้จริงอย่างราบรื่น และเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม Minesweeper, Simcity 2000 พิมพ์เอกสารด้วย Microsoft Word 95 งานนี้ซื้อ iPhone X คงเหมือนซื้อคอมพิวเตอร์ส่วนตัวจริงๆ นะ สามารถแฮกลง Windows ได้ด้วย อ้างอิงจาก: windowslatest , wccftech ข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  4. Beartai.com ไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบ iPhone X เมื่อล่าสุดมีผู้ใช้งานที่บอกว่าตนเป็นแฟนตัวยงของ Apple นั้นรู้สึกไม่ประทับใจ iPhone X เป็นอย่างมาก แถมคืนเครื่องให้ Apple เลยด้วย แฟนตัวยองของ Apple กล่าวว่า “ผมเนี่ยแฟนตัวยงของ Apple แต่ iPhone X มันไม่น่าใช้เป็นอย่างมาก เพื่งได้เครื่องวันศุกร์ที่ผ่านมา วันอาทิตย์ผมก็คืนเครื่องให้ Apple แล้ว รอยบากข้างบนมันน่ารำคาญมาก หน้าจอ OLED ก็ไม่ได้ดีกว่าหน้าจอ LCD บน iPhone 6s Plus เท่าไหร่ ไม่มีตัวแสดงเปอร์เซนแบตเตอรี่เนื่องจากเนื้อที่ไม่พอ แถมต้องใช้นิ้วปัดเลื่อนไปมาสร้างความยุ่งยากมาก ไม่มีอุปกรณ์สำหรับ Fast Charge มาในกล่องอีก ที่เด็ดเพียงอย่างเดียวก็คงเป็น Animoji ตัวใหม่เท่านั้นแหละ” แตกต่างจาก iPhone รุ่นก่อนหน้านี้ที่มีรูปแบบการใช้งานค่อนข้างง่าย แต่สำหรับ iPhone X นั้นต้องเรียนรู้การใช้งานใหม่ค่อนข้างมากเนื่องจากเปลี่ยนจากปุ่มโฮมจริงๆ เป็นปุ่มโฮมเสมือน หรือ Home indicator นั่นเอง จากนั้นเขาก็กลับไปใช้ Galaxy Note 8 ที่ตอบสนองต่อการทำงานของตนมากกว่า อ้างอิง ดูข่าวต้นฉบับ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  5. TNN24 ช่อง 16 iPrice สำรวจพฤติกรรมของคนไทยที่มีต่อ iPhone 8 และ iPhone X ผ่านการเสิร์ช พบว่าแค่1สัปดาห์หลังเปิดตัวก็โดนเมินซะแล้ว วันนี้(3 ต.ค. 60)บริษัท iPrice ซึ่งเป็นร้านขายสินค้าออนไลน์ในอาเซียน ได้ศึกษาพฤติกรรมของคนไทยที่มีต่อ iPhone 8 และ iPhone X ผ่านการเสิร์ชใน Google พบว่า เพียงแค่ 1 สัปดาห์หลังเปิดตัว iPhone8 พบว่าสาวกไอโฟนในไทยให้ความสนใจน้อยกว่ารุ่นก่อนๆ เหตุผลที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า iPhone 8 ไม่มีลูกเล่นใหม่บวกกับสื่อต่างให้ข่าวว่ารุ่นนี้สร้างความผิดหวังมากที่สุด ในขณะที่ iPhone X ซึ่งมีฟีเจอร์ใหม่ๆ กลายเป็นรุ่นที่คนไทยโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯและภาคใต้ เช่น จ.สงขลาให้ความสนใจมากกว่า ส่วนคนภาคเหนือ กลับสนใจ iPhone 7 มากกว่า โดยจังหวัดในภาคเหนือ ที่มีการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ iPhone 7 มากที่สุด ได้แก่ เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, น่าน, พะเยา และอุตรดิตถ์ นอกจากนี้ ยังพบว่ารายได้เฉลี่ยของคนแต่ละภาค ก็มีผลต่อความสนใจไอโฟนแต่ละรุ่นด้วย โดยพบว่าคนภาคใต้และภาคตะวันออกที่มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนมากกว่าภาคอื่นคือ 25,209 บาทและ 29,229 บาทตามลำดับ สนใจ iPhone X มากกว่า ขณะที่คนภาคเหนือ มีรายได้ต่อครัวเรือนต่ำเพียง 18,274 บาท ให้ความสนใจ iPhone รุ่นก่อนอย่างiPhone 7 มากกว่า แม้จะเพิ่งเปิดตัวไอโฟน 8 และไอโฟน X แต่พบว่าคนไทยยังสนใจไอโฟนรุ่นเก่า เพราะมีการลดราคาโดยผลสำรวจการเสิร์ชหาราคาจาก Google พบว่า คนไทยเสิร์ชหาราคาของ iPhone 6 และ 7 มากกว่า iPhone 8 และ iPhone X ด้วยเหตุผลดังนี้ 1. เนื่องจากทั้งโอเปอร์เรเตอร์ค่ายมือถือ และร้านค้าออนไลน์ อย่าง Lazada มีการออกแคมเปญลดราคา iPhone 6 และ 7 ในขณะที่ในไทยยังไม่มีการกำหนดราคา iPhone 8 และ X อย่างเป็นทางการ จึงส่งผลให้คนไทยยังไม่ให้ความสนใจต่อ iPhone 8 และ iPhone X เท่าที่ควร ข่าวต้นฉบับ
  6. เป็นครั้งแรกสำหรับ iPhone ที่มีราคาขายเริ่มต้นสูงถึง 1,000 เหรียญฯ (ประมาณ 33,000 บาท) ซึ่งก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อยจากลูกค้าบางกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ซีอีโอ Tim Cook ก็ยืนยันว่าราคาของ iPhone X นั้นสมเหตุสมผลแล้ว เมื่อแลกกับความสามารถในตัวของสมาร์ทโฟน ทั้งนี้ Cook ได้ให้สัมภาษณ์ระหว่างไปออกรายการสด Good Morning America ทางช่อง ABC โดยเขาได้ตอบคำถามของผู้ชมที่ส่งเข้ามาและเน้นย้ำว่า แม้ในช่วงหลังราคาสมาร์ทโฟนในตลาดจะตกลงมา แต่ลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อ iPhone X นั้นจะตัดสินใจด้วยเหตุผลด้านคุณภาพ ซึ่ง iPhone X มีเทคโนโลยีที่สูงกว่าอุปกรณ์ gadget เจ้าอื่น ๆ ในตลาด ขณะเดียวกัน สื่อไอทีต่างประเทศก็แสดงบทวิเคราะห์ว่า ราคาของ iPhone X นั้นสะท้อนกลุ่มเป้าหมายของ Apple ไว้อย่างมีนัยยะสำคัญ ประการแรกคือกลุ่มคนซื้อ iPhone X นั้นจะเป็นกลุ่มลูกค้า Apple ที่มี iPhone อยู่แล้ว และต้องการจะ ‘อัปเกรด’ มาเป็นรุ่นใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับโปรแกรมรับเทรดเครื่อง iPhone รุ่นเก่ามาแลกซื้อ iPhone X ในราคาที่ถูกลง (และอาจถูกกว่า 1,000 เหรียญฯ) นั่นหมายความว่า iPhone X นั้นไม่ใช่สินค้าสำหรับคนที่คิดจะเปลี่ยนมาใช้ iOS แต่เป็นลูกค้าระดับพรีเมียม ที่มา ไลน์ทูเดย์
  7. หลายคนคงมีคำถามที่คิดแล้วคิดอีกในทุกๆ ปีว่าทำไมสมาร์ทโฟนในแต่ละแบรนด์ในระดับ High-End ถึงมีราคาที่ดูแพงและเอื้อมไม่ถึง โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนจากค่ายแอปเปิ้ล (Apple) อย่างไอโฟน (iPhone) ที่สาวกทุกคนคงจะมานั่งลุ้นราคาเปิดตัวกันแทบทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากเราลองมาวิเคราะห์และสังเกตกันดูดีๆ ก็จะพบว่าไอโฟนในแต่ละปีที่เปิดวางจำหน่ายมีราคาที่เหมาะสมและไม่ได้แพงไปกว่าเดิมมากจนเกินไป ซึ่งเราจะมาลองแยกเหตุผลบางประการที่ทำให้สมาร์ทโฟนจากค่ายนี้ดูมีราคาที่แพงเกินจริงกัน ดังนี้ 1. แอปเปิ้ลไม่ได้ใช้ลงทุนไปกับดีไซน์และนักวิศวกรของตัวเองเท่านั้น การที่จะผลิตการสมาร์ทโฟนเครื่องๆ หนึ่งนั้น นอกจากเรื่องดีไซน์และกำลังคนแล้ว ยังต้องดูถึงเรื่องฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ภายในเป็นหลักด้วย โดยเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าระบบปฏิบัติการ iOS ของแอปเปิ้ลนั้นเน้นเรื่องของความเสถียรและความละเอียดเป็นทุนเดิมมาตั้งแต่แรก และนั่นก็ต้องยิ่งทำการลงทุนพัฒนาให้ระบบฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ทำงานด้วยกันได้เป็นอย่างดีเพิ่มขึ้นไปอีก 2. ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลส่วนใหญ่จะเป็นระดับ High-End มาตั้งแต่แรก อย่างที่เราทราบกันดี แอปเปิ้ลมักจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนของตัวเอง (ไอโฟน) เพียงปีละครั้งเท่านั้น และแต่ละครั้งบริษัทจะวางแผนกลยุทธ์ของผลิตภัณฑ์ คือ ระดับ High-End หรือระดับท็อปสุดอยู่แล้วนั่นเอง ทำให้ส่งผลถึงราคาที่ต้องสูงตามไปด้วย ทั้งนี้ หากมองในมุมการตลาดด้านกลยุทธ์ราคา ( Price Strategy) แอปเปิ้ลจะมีผลิตภัณฑ์ที่ตั้งราคาตามคุณภาพ, ต้นทุน, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการยอมรับในราคาของลูกค้าที่มีความภักดีในตราสินค้า (Brand Loyalty) ของบริษัท 3. ราคาเปิดตัวไอโฟนในแต่ละปีมีราคาใกล้เคียงกันอยู่แล้ว นับตั้งแต่ที่โลกเข้าสู่ยุคสัญญาณอินเทอร์เน็ต 3G จนมาถึง 4G ในปัจจุบัน ราคาของไอโฟนที่รองรับทั้ง 2 คลื่นสัญญาณ (3G และ 4G) ก็จะมีราคาพุ่งสูงขึ้นตามเทคโนโลยีที่ดีขึ้น (ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ) โดยเราจะสรุปราคาตามข้อมูลด้านล่างนี้ จากราคาเปิดตัวไอโฟนรุ่นต่างๆ ข้างต้น โดยหากเรามองถึงรุ่นที่มีความจุของหน่วยความจำภายใน (ROM) ตั้งแต่ 16GB ขึ้นไป ซึ่งเป็นความจุขั้นต่ำในสมาร์ทโฟนปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าแอปเปิ้ลได้ตั้งแต่ราคาที่มีความใกล้เคียงกันมาตั้งแต่แรก และจากเหตุผลข้างต้นทั้งหมดนี้ สามารถสรุปได้อย่างสั้นๆ ง่ายๆ ก็คือ แอปเปิ้ลมีการวางแผนทางการตลาดที่เน้นสมาร์ทโฟนระดับ High-End หรือระดับท็อปตามภาพลักษณ์ของบริษัทจึงทำให้เกิดมูลค่าของผลิตภัณฑ์ที่สูงตามไปด้วยนั่นเอง ที่มา ไลน์ทูเดย์
  8. Apple เปิดตัว iPhone X เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมาฝั่งจีนไม่น้อยหน้าเปิดขาย Goophone i8 X หน้าตาเหมือนกันราคาต่ำกว่า 10 เท่า Goophone i8 X เลียนแบบ iPhone X ในเว็บไซต์ dhgate.com มีการเปิดขาย Goophone i8 X หน้าตาเหมือนกับ iPhone X ของ Apple โดยมีทั้งสีดำ และสีทอง Blush Gold จากข่าวลือ Goophone i8 X เป็น Smartphone สเปคต่ำมี RAM 1GB, ROM 8GB, หน้าจอ 5.5 นิ้ว, กล้องหลัง 2 ตัวแนวตั้ง (ใช้ได้ตัวเดียว 8MP), รองรับ 4G (ปลอม) มาพร้อมระบบ Andriod 7.0 (จริงๆ เป็น 5.0) เปิดขายในราคาประมาณ 104 ดอลลาร์หรือประมาณ 3,500 บาท iPhone X ของจริงยังไม่เปิดขาย ย้ำเตือนกันก่อนว่า iPhone X ของแท้จาก Apple ยังไม่เปิดขาย เพราะทาง Apple จะเปิด สั่งจองล่วงหน้าวันที่ 27 ต.ค. 2017 และเปิดขายวันที่ 3 พ.ย. 2017 ในกลุ่มประเทศแรก ดังนั้นหากใครเห็น Smartphone หน้าตาเหมือน iPhone X วางขายก่อนกำหนดการดังกล่าว แสดงว่าเป็นของปลอม! ที่มา ไลน์ทูเดย์
  9. iPhone X (ไอโฟน เท็น) สมาร์ทโฟนรุ่นที่ทันสมัยที่สุดของ Apple เปิดตัวฉลองครบรอบ 10 ปี iPhone รุ่นแรกเมื่อกลางดึกของวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 2017 ซึ่งนอกจากดีไซน์หน้าจอไร้ขอบและไร้ปุ่ม Home กล้องหลังคู่แนวตั้ง 12MP เทคโนโลยีกันสั่นคู่ Dual OIS แล้วยังมีฟีเจอร์อะไรใหม่ ๆ ที่ถูกแนะนำบนเวทีงาน Apple Event โดย Tim Cook, Craig Federighi และ Philip Schiller นั้นเรารวบรวมไว้ให้แล้วในเนื้อหาด้านล่าง Apple iPhone X : All the new features 1. กลับคืนสู่เริ่มต้น : การผสมผสานที่ลงตัวของโลหะและแก้ว Apple นำ iPhone X กลับไปสู่พื้นฐานการออกแบบอีกครั้งเช่นเดียวกับตอนที่เปิดตัว iPhone 4 เมื่อไม่กี่ปีก่อนโดยด้านหลังตัวเครื่องครอบทับด้วยกระจกขณะที่กรอบด้านข้างเป็นอลูมิเนียม ภายใต้กระจกมีตัวเครื่องที่ผ่านกระบวนการเคลือบสี 7 ชั้นเพื่อเน้นสีที่โดดเด่น ตัวกระจกยังได้รับการเสริมแรงจากเหล็กและทองแดงด้านในทำให้กระจกมีความทนทานมากที่สุดเท่าที่เคยมีบนสมาร์ทโฟน (อีกไม่นานน่าจะมีผลทดสอบ drop test ของมือถือมูลค่า $999 หรือประมาณ 33,080 บาทรุ่นนี้มาให้ชมกันในโลกออนไลน์) 2. การออกแบบ edge-to-edge ด้านหน้าทั้งหมดคือหน้าจอ iPhone X มีอัตราส่วนหน้าจอเทียบกับตัวเครื่อง 81.23% กลายเป็นผู้เล่นหน้าจอไร้ขอบที่ดีที่สุดเช่นเดียวกับ Note 8, LG V30, Essential Phone และ Xiaomi Mi MIX 2 แม้ว่า iPhone X จะมีขนาดหน้าจอ 5.8 นิ้ว แต่ตัวเครื่องกลับมีความกว้างและความสูงอยู่ระหว่างรุ่น iPhone 8 และiPhone 8 Plus และมีความหนามากกว่ารุ่น iPhone 8 Plus เพียงเล็กน้อยซึ่งต้องยกความดีความชอบส่วนนี้ให้กับทีมออกแบบของ Apple ปุ่ม Home ที่ขาดหายไปครั้งแรกในรอบ 10 ปีของ iPhone ได้ถูกแทนที่ด้วยเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ภายในซึ่งทำให้ iPhone X สามารถทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบและสามารถปลดล็อคตัวเครื่องด้วย Face ID หรือการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าของผู้ใช้งาน 3. กล้องที่ดีขึ้น iPhone X มาพร้อมกับกล้องหลังคู่ที่จัดวางในแนวตั้ง ประกอบด้วยเซ็นเซอร์ 12MP ขนาดใหญ่และเร็วกว่ากล้องรุ่นก่อน รับแสงได้ดีขึ้นและเก็บรายละเอียดบนจุดพิกเซลได้มากขึ้น มีระบบกันสั่นคู่ dual OIS บนกล้องเลนส์มุมกว้าง รูรับแสง f/1.9 และกล้องถ่ายไกล รูรับแสง f/4.4 โดยเป็นรุ่นที่สองต่อจาก Galaxy Note 8 ของ Samsung นอกจากนี้ยังมีส่วนประมวลผลภาพ (image signal processing : ISP) ที่ปรับปรุงใหม่ให้สามารถตรวจจับองค์ประกอบในฉากที่กำลังบันทึกภาพ รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K ที่ความเร็ว 60 เฟรม/วินาที และการบันทึกวิดีโอสโลว์โมชั่น FullHD 1080p ที่ความเร็ว 240 เฟรม/วินาที 4. โหมดการจัดแสงภาพถ่ายบุคคล Portrait Lighting โหมดการจัดแสงภาพถ่ายบุคคลนำอัลกอริธึมตรวจจับใบหน้าแบบรับรู้ความลึกบนชิปเซ็ต A11 Bionic มาใช้เพื่อตั้งค่าแสงบนใบหน้าโดยเลียนแบบการตั้งค่าแสงบนเวที แสง contour และอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย 5. เซลฟี่ในโหมดถ่ายภาพบุคคล โหมดถ่ายภาพเซลฟี่จากกล้องหน้า Facetime สามารถสร้างภาพถ่ายใบหน้าที่สวยงามพร้อมฉากหลังที่สามารถเบลอได้ดั่งใจ 6. Apple A11 Bionic ชิปเซ็ต A11 Bionic เป็นชิป 6-คอร์ที่นำมาขับเคลื่อน iPhone X ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย CPU 4-คอร์ที่เน้นประหยัดพลังงานซึ่งทำงานเร็วกว่า Apple A10 ถึง 70% และ CPU 2-คอร์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งทำงานเร็วกว่า Apple A10 บน iPhone 7 สูงสุดถึง 25% 7. Face ID การขาดหายไปของปุ่ม Home และ TouchID ถูกแทนที่ด้วยระบบไบโอเมตริกซ์ใหม่บน iPhone X โดย Face ID จะใช้ชุดเซ็นเซอร์ด้านหน้าตัวเครื่องเก็บรายละเอียดข้อมูลบนใบหน้ากว่า 30,000 จุด ซึ่ง Apple ยืนยันว่า Face ID มีความแม่นยำกว่า TouchID และสามารถใช้งานร่วมกับระบบชำระเงิน Apple Pay ได้ 8. จอภาพที่ดีกว่า Retina มันคือ Super Ratina จอภาพรุ่นใหม่บน iPhone X มีขนาด 5.8 นิ้ว เทคโนโลยี true-tone OLED display มีอัตรารีเฟรช 120Hz รองรับการแสดงผลสีช่วงกว้าง P3 color gamut แสดงสีดำได้ดำสนิท มีความสว่างสูงและมีอัตราส่วนคอนทราสต์ที่ 1,000,000 ต่อ 1 9. ลำโพงสเตอริโอที่ดังขึ้น iPhone X มีลำโพงสเตอริโอเช่นเดียวกับ iPhone 7 / 7 Plus ในปีที่แล้ว แต่มีความดังเพิ่มขึ้นถึง 25% 10. เทคโนโลยี AR ลูกเล่นใหม่ที่โดนใจใครหลายคน ในแพลตฟอร์ม iOS 11 จะมีการเพิ่มอีโมจิภาพเคลื่อนไหว "animoji" ซึ่งสามารถขยับและแสดงสีหน้าเลียนแบบใบหน้าของผู้ใช้งาน นอกจากนี้จะมีการเพิ่มแอพและเกมที่ใช้เทคโนโลยี AR เข้ามาใน App Store เป็นจำนวนมาก 11. Bluetooth 5.0 เทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลไร้สาย Bluetooth 5.0 บน iPhone X สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วและไกลกว่าอุปกรณ์ที่รองรับ Bluetooth 4.2 12. เทคโนโลยีชาร์จไร้สาย Qi Wireless charging iPhone X รองรับการชาร์จไร้สายผ่านเครื่องชาร์จเทคโนโลยี Qi นอกจากนี้ยังมีเครื่องชาร์จ Apple AirPower ที่สามารถชาร์จ iPhone, Apple Watch และ airPod พร้อมกันด้วยโดยจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงต้นปีหน้า 13. เทคโนโลยีชาร์จเร็ว Fast charging ผู้ใช้งาน iPhone X สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 50% ของความจุในเวลาประมาณ 30 นาทีด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็ว ที่มา ไลน์ทูเดย์
  10. แอปเปิลเปิดตัว ''iPhone 8 , iPhone 8 Plus'' กับ ''iPhone X'' หน้าจอไร้ขอบพร้อม FaceID สแกนใบหน้าเริ่มขาย3พ.ย.นี้ วันนี้( 13 ก.ย.60) นายทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอปเปิล อิงค์ เปิดตัวแอปเปิล วอทช์ ซี่รีส์ 3 นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะรุ่นใหม่เมื่อเวลา 24.00 น.ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวสินค้าครั้งแรกในพิธีเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ซึ่งคาดว่าจะเป็นสินค้าขายดีด้วยการออกแบบด้วยรูปลักษณ์ที่ยอดเยี่ยม iPhone X ตัวเครื่องนั้นเฟรมของเครื่องเป็นอลูมิเนียมขัดเงาแบบโค้งมน รับกับหน้าจอที่โค้งไร้ขอบอย่างสวยงาม ส่วนด้านหลังเป็นวัสดุกระจก นอกจากนี้ตัวเครื่องยังประกอบมาในมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นได้เหมือนกับใน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ Apple เปลี่ยนมาใช้หน้าจอแบบ OLED ครั้งแรก โดย Apple เรียกหน้าจอว่า “Super Retina Display” ที่มากับขนาดหน้าจอ 5.8 นิ้ว ที่ไร้ขอบเต็มพื้นที่ด้านหน้าของเครื่อง ความละเอียดหน้าจอ 2436 x 1125 พิกเซล ถือว่าเป็นหน้าจอที่มีความละเอียดมากที่สุดเท่าที่ Apple เคยใช้ใน iPhone iPhone X ได้เอาปุ่มโฮมที่มีมาตั้งแต่รุ่นแรกออกไป และเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานใหม่ ด้วยการกวาดนิ้วจากด้านล่างของจอขึ้นมา แทนการกดปุ่มโฮม และการเลื่อนค้างไว้ก็สามารถใช้แทนการเลือกแอพต่างๆ ที่เปิดไว้ ส่วนการเรียกใช้งาน Siri ก็เปลี่ยนไปใช้ด้วยปุ่ม Power ด้านข้างแทน ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยในเครื่องอย่าง TouchID ก็เปลี่ยมาเป็นเทคโนโลยียืนยันตัวบุคคลแบบใหม่ที่เรียกว่า Face ID ที่เป็นการสแกนใบหน้ามาใช้แทน และการสแกนใบหน้ามีการใช้เซนเซอร์หลายอย่างเข้าช่วยกันเพื่อให้สามารถเก็บรายละเอียดของใบหน้าได้อย่างแม่นยำ และสแกนใบหน้าของผู้ใช้ให้เป็นแบบ 3 มิติที่จดจำใบหน้าของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้า ทรงผม ใส่หมวก ใส่แว่น หรือแม้แต่ฝาแฝด ระบบ FaceID ก็ยังสามารถจำแนกตัวบุคคลได้อย่างแม่นยำ ด้านชิปประมวลผลใน iPhone X นั้นจะเป็นรุ่นใหม่ A11 Bionic เหมือนกับใน iPhone 8 และ 8 Plus ที่เป็นแบบ 6 แกน แยกกันทำงานในระดับประสิทธิ 2 แกน (เร็วกว่า A10 25%) และแบบ 4 แกน ในการทำงานทั่วไป (เร็วกว่า A10 ถึง 70%) โดยจะมีต่างก็ตรงมี Neural engine ที่เพิ่มขึ้นมาเพื่อช่วยประมวลผลในส่วนของประมวลผลใบหน้าของ FaceID ส่วนกล้องหลังจะเป็นแบบเดียวกับที่ใช้ใน iPhone 8 Plus เพียงแต่เปลี่ยนตำแหน่งการวางด้านหลังให้เป็นแนวตั้งแทน เพราะ iPhone X นั้นจะมีเซนเซอร์ต่างๆ เพิ่มเข้ามาด้านหน้ามากกว่าไอโฟน 8 นั่นเองทำให้วางกล้องแนวนอนไม่ได้ ความละเอียดของกล้องหลังอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล แฟลช LED ทรูโทน 4 ดวงให้ความสว่างเพิ่มขึ้น 2 เท่า แถมยังนำ AI ช่วยวิเคราะห์องค์ประกอบในภาพเพื่อให้คุณได้ภาพที่ดีที่สุด กล้องหน้ารองรับ portrait Mode /portrait Lighting เพราะมี dept sensor ที่ไอโฟน 8 ไม่มี ส่วนแบตเตอรี่เคลมว่าใช้งานนานขึ้น 2 ชั่วโมง และแน่นอนว่ารองรับการชาร์จไร้สาย ทั้งนี้ iPhone X มี 2 ขนาดคือ 64GB และ 256GB ราคาขายเริ่มต้นที่ 999 ดอลล่าร์หรือประมาณ 34,000 บาท จะเปิดให้สั่งจอง 27 ต.ต. เริ่มขาย 3 พ.ย.นี้ ด้าน iPhone 8 มีขนาด 64GB และ 256GB ราคาเริ่มที่ 699 ดอลลาร์ หรือประมาณ 24,465 บาท ส่วน iPhone 8 Plus มีขนาด 64GB และ 256GB เช่นกัน ราคาเริ่มที่ 799 ดอลลาร์ หรือประมาณ 27,965 บาท วางขาย 22 ก.ย.นี้ ที่มา ไลน์ทูเดย์
  11. Apple ยืนยันจัดงานเปิดตัวสินค้าใหม่ Apple Special Event September 2017 ในวันที่ 12 ก.ย. 2017 นี้ เรามาชมกันว่าสิ่งที่คาดว่าจะเจอในงานนี้ว่ามีอะไรบ้าง Apple Special Event September 2017 สำหรับงานเปิดตัวสินค้าใหม่ประจำปี 2017 หรือ Apple Special Event 2017 นั้น จะจัดขึ้นในคืนวันที่ 12 ก.ย. 2017 เที่ยงคืนตามเวลาบ้านเรา โดยในปีนี้ Apple เลือกจัดงานเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ Steve Jobs Theater ใน Apple Park สำนักงานแห่งใหม่ของ Apple สิ่งที่คาดว่าจะพบในงาน Apple Special Event 2017 ปีนี้มีสิ่งพิเศษที่คาดว่าจะทำให้เราได้ Wow อยู่หลายตัว มาชมข้อมูลและไฮไลท์สำคัญของสิ่งที่คาดว่าจะพบในงาน Apple Special Event 2017 คืนวันที่ 12 ก.ย. 2017 นี้ iPhone X พระเอกของงานต้องหนีไม่พ้น iPhone X หรือ iPhone รุ่นฉลองครบรอบ 10 ปี iPhone แน่นอน โดยไฮไลท์หลักๆ ที่เราอาจได้เจอในวันงานนั้น ได้แก่ ไฮไลท์ iPhone X ตัวเครื่องใช้วัสดุกระจก มีกรอบสแตนเลสออกแบบคล้ายกับ iPhone 4 หน้าจอ OLED เต็มขอบไม่มีปุ่ม Home มีการเว้น “รอยบาก” ไว้ด้านบนของจอ ไม่มีปุ่ม Home ไม่มี Touch ID เปลี่ยนมาใช้การสแกนใบหน้า Face ID แทน เซ็นเซอร์ 3 มิติใช้สำหรับ Face ID, ถ่ายภาพมีมิติขึ้น และรองรับ AR กล้องหลัง 2 ตัวแนวตั้ง, กล้องหน้าถ่ายวิดีโอ 4K, HDR ดีขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพ Portrait Mode ของกล้องหลัง ชิพ A11 แรงที่สุด รองรับชาร์จไร้สายผ่านแท่นชาร์จ (Wireless Charger) เหมือน Apple Watch มาพร้อมกับ iOS 11 ชมสรุปทุกสิ่งเกี่ยวกับ iPhone X ก่อนเปิดตัว iPhone 8, iPhone 8 Plus ปีนี้น่าสนใจว่า Apple เลือกเปิดตัว iPhone ถึง 3 รุ่น โดย 2 รุ่นหลักนั้นจะเป็น iPhone 8, iPhone 8 Plus ที่มีการออกแบบคล้ายกับ iPhone 7, iPhone 7 Plus และด้วยเหตุผลการเปลี่ยนวัสดุและสเปคหลายจุดทำให้ Apple เลือกใช้ชื่อรุ่นว่า iPhone 8, iPhone 8 Plus มากกว่า ไฮไลท์ iPhone 8, iPhone 8 Plus ตัวเครื่องออกแบบเหมือน iPhone 7, iPhone 7 Plus แต่เปลี่ยนไปใช้วัสดุกระจกเพื่อรองรับชาร์จไร้สาย รองรับชาร์จไร้สายผ่านแท่นชาร์จ (Wireless Charger) เหมือน Apple Watch ชิพ A11 แรงที่สุด มาพร้อมกับ iOS 11 รองรับ AR ชมสรุปทุกสิ่งเกี่ยวกับ iPhone 8, iPhone 8 Plus ก่อนเปิดตัว AirPods 2 ไม่มีข่าวลือมาก่อนหน้าเลยก่อนถึงเดือน ก.ย. 2017 นี้ที่มีการพบข้อมูลรูปภาพ Animation ของหูฟัง AirPods รุ่นใหม่ คาดกันว่าปีนี้ Apple อาจจะเปิดตัวหูฟัง AirPods รุ่นใหม่ที่มีการอัปเดตสเปคและฟีเจอร์ ไฮไลท์ AirPods 2 กล่องชาร์จไฟแสดงสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ที่ด้านหน้ากล่อง ชิพ W2 อาจมีสีใหม่ ชมสรุปทุกสิ่งเกี่ยวกับ AirPods 2 ก่อนเปิดตัว Apple Watch Series 3 ลือกันมานานแล้วว่า Apple อาจเปิดตัว Apple Watch รุ่นใหม่ คาดว่าใช้ชื่อ Apple Watch Series 3 โดยรุ่นนี้มีการพูดถึงกันหลายประเด็นไม่ว่าจะเป็น Apple Watch Series 3 รุ่นใหม่ที่เชื่อมต่อ Cellular ได้ ไฮไลท์ Apple Watch Series 3 Apple Watch Seires 3 รุ่น LTE สามารถเชื่อมต่อ Cellular ได้ในตัว โดยไม่ต้องเชื่อมต่อต่อผ่าน iPhone Apple Watch Seires 3 รุ่น LTE สามารถโทรออกได้ (อาจใช้เบอร์โทรเดียวกับ iPhone) เพิ่ม Face (หน้าปัด) แบบใหม่หลายแบบ ปรับปรุงประสิทธิภาพแบตเตอรี่ให้ใช้ยาวนานขึ้น มาพร้อมกับ watchOS 4 Apple Watch Seires 3 ตัวเรือนอะลูมิเนียมมีสีทอง Blush Gold เป็นสีใหม่ Apple Watch Edition 2 ตัวเรือนเซรามิกมีสีเทา Gray เป็นสีใหม่ ชมสรุปทุกสิ่งเกี่ยวกับ Apple Watch Series 3 ก่อนเปิดตัว Apple TV 4K ข้อมูล Apple TV รุ่นใหม่ถูกพบใน HomePod Firmware ที่หลุดออกมา โดยข้อมูลเผยให้เราเห็นว่า Apple TV จะสามารถแสดงผลวิดีโอได้ความละเอียดสูงมาก เนื่องจากอุปกรณ์บันทึกวิดีโอส่วนใหญ่ในตอนนี้รองรับการบันทึกวิดีโอได้ในความละเอียดสูง ไฮไลท์ Apple TV 4K รองรับการแสดงวิดีโอความละเอียด 4K รองรับการแสดงวิดีโอแบบ HDR, HDR10, Dolby Vision ปรับปรุงสเปคภายในอย่าง RAM, CPU ให้เพียงพอต่อการแสดงผลความละเอียดที่สูงขึ้น iOS 11 และ OS ใหม่ๆ เป็นประจำทุกปีอยู่แล้วที่ Apple จะปล่อยอัปเดตระบบปฏิบัติการ (OS) ใหม่ๆ ให้ผู้ใช้อัปเดตกัน โดยในปีนี้ไฮไลท์จะอยู่ที่ iOS 11 สำหรับ iPhone, iPad ที่ถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้จำเพาะของแต่ละอุปกรณ์ มี OS อะไรใหม่ๆ ปล่อยอัปเดตบ้าง iOS 11 watchOS 4 tvOS 11 macOS Sierra ชมทุกสิ่งเกี่ยวกับ iOS 11 One more thing.. ไม่แน่ว่า Apple อาจซ่อนอะไรบางอย่างไว้ให้เรา Wow กันในงานก็เป็นได้ พบกันคืนวันที่ 12 ก.ย. 2017 นี้เวลา 23.30 น. เวลาเริ่มงาน ทาง Apple จะเริ่มถ่ายทอดสดตอนเที่ยงคืนของคืนวันที่ 12 ก.ย. 2017 ส่วนทีมงาน iPhoneMod จะ Live สดผ่าน Facebook เริ่ม 23.30 น. เป็นต้นไป Liveblog – งานเปิดตัว iPhone X, Apple Watch 3 และ Apple TV 5 ที่มา iPhoneMod
  12. อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเปิดตัวของ iPhone 8 หรือ iPhone X กันแล้วนะครับ ก่อนหน้านี้ทีมงาน Tech.MThai ได้รายงานว่า Apple อาจเลือกฝังเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือหรือTouch ID ลงใต้หน้าจอ iPhone 8 แต่ล่าสุด สื่อใหญ่จากอเมริกาอย่าง Wall Street Journal ได้รายงานว่า Apple ได้ยกเลิกการฝังเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือลงใต้หน้าจอแล้ว สาเหตุเป็นเพราะว่า การที่จะฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือลงใต้หน้าจอนั้น จะก่อให้เกิดความล่าช้าในการผลิต รวมถึงการที่ Apple ตัดสินใจใช้หน้าจอเป็นแบบ OLED ทำให้กระบวนการผลิต iPhone 8 มีความซับซ้อนมากขึ้นเพราะขั้นตอนการผลิตหน้าจอ มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของชั้นกาว และฟิลม์ป้องกันจอ ซึ่งทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดข้อผิดพลาด มากขึ้นกว่าเดิม จึงต้องยกเลิกการฝังเซนเซอร์ลงใต้หน้าจอไป อย่างไรก็ตาม Apple ได้เลือกใช้ฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยแบบอื่น อย่างการจดจำใบหน้าซึ่งจะเป็นฟีเจอร์ใหม่ รวมไปถึงการใช้วิธีการรักษาความปลอภัยแบบเดิมอย่างรหัสผ่านแทน ในส่วนของหน้าจอ OLED ตัวใหม่ของ iPhone นั้น Apple ได้ให้บริษัทในเครือของ Samsung เป็นผู้ผลิตให้ ซึ่งเป็นหน้าจอเฉพาะ สำหรับ iPhone 8 และมีแผงควบคุมแบบสัมผัสภายนอกหน้าจอหรือ 3D Touch จึงทำให้ หน้าจอ OLED ของ iPhone นั้นมีความแตกต่างจากของ Samsung และมีราคาสูงขึ้นอย่างแน่นอน โดย Apple จะเปิดตัว iPhone 8 พร้อมกันกับ iPhone รุ่นอื่นๆ ในวันที่ 12 กันยายนนี้ เราจะได้รู้กันอย่างแน่นอนว่าจะเป็นไปตามที่คาดกันไหวมั้ยต้องรอชม ที่มา ไลน์ทูเดย์
×