Jump to content
aeize.com 4.4.9.2
Sign in to follow this  
No.4

ภาษีใหม่เขย่า "กาแฟกระป๋อง" อั้นราคาไม่ไหวปรับขึ้นยกแผง

Recommended Posts

Prachachat

yzlF26z.jpg

*กาแฟกระป๋อง 1.2 หมื่นล้าน สะเทือนรับภาษีใหม่ทำต้นทุนพุ่ง “เนสกาแฟ” ต้านไม่ไหวปรับขึ้นเป็น 15 บาท หลังยื้อนานกว่า 3 เดือน ส่วนเบอร์ดี้-คาราบาว ชิงปรับขึ้นแล้วก่อนหน้า พร้อมส่งโปรโมชั่นชิงยอดขายแต่ไก่โห่ *

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ ที่ประกาศบังคับใช้ไปเมื่อ 16 กันยายน 2560 ได้ประกาศให้เครื่องดื่มประเภทกาแฟพร้อมดื่ม จะต้องเสียภาษี 10% ของราคาขายปลีกแนะนำ จากที่ไม่เคยถูกเก็บมาก่อนเพราะได้รับการยกเว้นเนื่องจากอยู่ในเกณฑ์การใช้วัตถุดิบที่เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในประเทศ และภาษีตามปริมาณความหวาน ทำให้ต้นทุนของสินค้าดังกล่าวเพิ่มขึ้นกันทั่วหน้าผู้ประกอบการหลายรายจึงพยายามตรึงราคาของสินค้าเอาไว้ก่อนในช่วงแรก เพื่อไม่ให้กระทบกับบรรยากาศการจับจ่าย และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ปรับตัวดีขึ้น แต่ในอีก 1 เดือนต่อมา ผู้นำตลาดอย่างเบอร์ดี้ ก็ชิงปรับราคากาแฟกระป๋องจาก 13 บาท เป็น 15 บาท พร้อมกับคาราบาว ที่ปรับราคาจาก 10 บาท เป็น 12 บาท ในขณะที่เนสกาแฟ ซึ่งเป็นเบอร์ 2 ของตลาด ยังไม่ปรับราคาขึ้นล่าสุดหลังจากผ่านไป 3 เดือน เนสกาแฟกระป๋องได้ปรับราคาขึ้นจาก 12 บาท เป็น 15 บาท เช่นเดียวกับแบรนด์อื่น ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลัง กาแฟกระป๋อง ฯลฯ ภายใต้แบรนด์ “คาราบาว” ฉายภาพให้กับ “ประชาชาติธุรกิจ” ฟังว่า การปรับขึ้นราคาของกาแฟกระป๋องมีสาเหตุหลักมาจากภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ ที่กำหนดให้ชาและกาแฟ จะต้องจ่ายภาษี 10% ของราคาขายปลีกแนะนำ บวกกับภาษีความหวาน ที่จัดเก็บตามปริมาณน้ำตาล ยิ่งมีน้ำตาลมากยิ่งมีภาระเสียภาษีมาก จากเดิมที่สินค้าประเภทนี้ไม่เคยเสียมาก่อน เพราะได้รับการยกเว้น

โดยกาแฟกระป๋องของคาราบาวเองก็ได้ปรับขึ้นไปแล้วในช่วงก่อนหน้า จาก 10 บาท เป็น 12 บาท แต่ก็ยังมีราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่ง ซึ่งปรับขึ้นเป็น 15 บาท

“จะกระทบมากขึ้นไหม ? ต้องบอกว่าในช่วงที่ผ่านมากำลังซื้อทุกอย่างมันดรอปลงหมด ตลาด FMCG (สินค้าอุปโภค บริโภค) ก็ไม่ดี ในขณะที่สินค้าหลายอย่างแพงขึ้น ปัญหาคือคนมีรายได้เท่าเดิมซึ่งน้อยเกินไป หากจะเพิ่มกำลังซื้อจริง ๆ รัฐควรปรับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้น”

แหล่งข่าวระดับสูงในวงการเครื่องดื่มรายหนึ่งระบุเพิ่มเติมว่า การที่ผู้ผลิตสามารถตรึงราคาเอาไว้ได้ในช่วงก่อนหน้า เป็นเพราะมีสต๊อกที่ผลิตก่อนวันที่ พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้จำนวนมาก เมื่อสต๊อกเก่าหมดสินค้าที่ถูกผลิตขึ้นใหม่มีต้นทุนภาษีเพิ่มทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับราคาขึ้น เพื่อผลักภาระให้ผู้บริโภค เนื่องจากสินค้าประเภทกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม มีฐานลูกค้าหลักคือกลุ่มบลูคอลลาร์ (blue collar) เช่น คนขับรถบรรทุก รถแท็กซี่ ฯลฯ ซึ่งมีความอ่อนไหวเรื่องราคา แม้ในช่วงที่ผ่านมาหลายแบรนด์จะพยายามแตกเซ็กเมนต์พรีเมี่ยมเพื่อเจาะคนรุ่นใหม่ หรือไวต์คอลลาร์ (white collar) เช่น คนทำงานออฟฟิศ มากขึ้นก็ตาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้นำตลาดอย่างเบอร์ดี้ได้ออกมากระตุ้นบรรยากาศการจับจ่ายและยอดขายในช่วงต้นปีด้วยการทำโปรโมชั่นร่วมกับช่องทาง เช่น ล่าสุด โปรโมชั่นซื้อ 2 กระป๋อง ราคา 25 บาท จากปกติ 30 บาท สำหรับรสลาเต้ เอสเปรสโซ และแบล็ก ในร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 23 มกราคมที่จะถึงนี้

ขณะที่ตลาดกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มในภาพรวม มีมูลค่าประมาณ 12,000 ล้านบาท เบอร์ดี้เป็นผู้นำตลาดด้วยมาร์เก็ตแชร์ประมาณ 70% และอื่น ๆ 30%

ข่าวต้นฉบับ

 

ที่มา ไลน์ทูเดย์

Share this post


Link to post
Share on other sites

Join the conversation

You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.

Guest
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.

Sign in to follow this  

  • Recently Browsing

    No registered users viewing this page.

×
×
  • Create New...